หงษ์ฉี อัครยานยนต์หรูที่มาจากแดนมังกรแบรนด์นี้ถือกำเนิดมาตั้งแต่ค.ศ 1958 โดย FAW Group เป็นรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐบาลจีน ได้รับความไว้วางใจให้เป็นพาหนะคู่ใจของประธานาธิบดีและผู้นำระดับสูงในงานพิธีสำคัญระดับโลก ทาง Metro group เป็นตัวแทนจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวได้นำมาเปิดตัวในประเทศไทยเป็นประเทศแรกๆซึ่งถือว่าเป็นจุดยุทธศาสตร์ของแบรนด์ที่จะเดินหน้ารุกตลาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นั่น นั่นก็คือ รุ่นE-HS9 รถเอสยูวี พวงมาลัยขวา ขนาด6ที่นั่ง รถคันนี้สามารถขับได้ทุกสภาพถนน โดยมีโหมดการขับขี่ทั้งหมด 7 โหมดเช่น comfort sport ,long rance, all terrain, มาพร้อมยางมิชลินขนาด 265 /45 ขนาด 21 นิ้ว สำหรับน้ำหนักตัวรถอยู่ที่ 2,636 กิโลกรัม


ดีไซน์ภายนอกกระจังหน้า waterfall เปิดปิดอัตโนมัติลดแรงต้านทานอากาศเพิ่มประสิทธิภาพและระยะทางการขับขี่ไฟหน้า EagleEye แบบ Matrix ช่วยเพิ่มระยะการมองเห็นให้กว้างและไกลขึ้นเสา ซี ด้านหลังอัจฉริยะโฉบเฉี่ยวทั้งดีไซน์พร้อมมีไฟแสดงสถานะการชาร์จไฟท้ายเรเดียน ชาโดว์ขนาดใหญ่เรียบหรูเพิ่มความปลอดภัยล้ออัลลอยขนาด 21 นิ้วแบบสปอร์ตระบบเปิดปิดประตูแบบ Soft closed


ส่วนการออกแบบภายในนั้นพวงมาลัยเป็นแบบ multifunction หน้าจอสัมผัสคู่ขนาดใหญ่ 15.6 นิ้วความละเอียด 2K ultra HD ประมวลผลไหวด้วยชิป Qualcomm 8155 Ambient Light ปรับได้ 256 เฉดสีระบบเครื่องเสียง Premium bose พร้อมลำโพง 16 ตำแหน่ง ที่นั่งแบบ 6 ที่นั่งให้ความอิสระและความเป็นส่วนตัวซึ่งที่นั่งแถวที่ 2 มีช่องสามารถเดินไปถึงด้านหลังแถว 3 ได้ ห้องโดยสารไร้เฉียงรบกวนด้วยกระจกนิรภัยเก็บเสียง 2 ชั้น นอกจากนี้พื้นที่สำหรับบรรทุกบรรจุสัมภาระอยู่ที่ 255 ลิตรหากพับเบาะหลังแถวที่ 3 ลงจะสามารถบรรจุได้มากถึง 1,747 ลิตร


สมรรถนะเครื่องยนต์ให้กำลังสูงสุด 493 แรงม้า และแรงบิดอยู่ที่ 606 นิว-ตันเมตร แบตเตอรี่ความจุ 120 กิโลวัตต์ชาร์จ 1 ครั้งขับได้ไกล 760 กิโลเมตร ระบบการขับเคลื่อน 4 ล้อ dual motor กระจายแรงบิดตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว แอร์ ซัสสเปนชั่น พร้อมระบบควบคุมอัจฉริยะนุ่มนวลสบายในทุกสภาพถนน



ระบบความปลอดภัยจัดมาเต็มถุงลมนิรภัย 8 จุดระบบกันล้อล็อคระบบช่วยกระจายแรงเบรคเบรคมือการควบคุมการลื่นไถลควบคุมทรงตัวบนทางลาดชันระบบช่วยลดความเสี่ยงในการพลิกคว่ำ เป็นต้น


หงษ์ฉี E-HS9 ขนาด 6 ที่นั่งคันนี้ก็ดูจะเป็นเรื่องใหญ่  เพราะรถมีขนาดใหญ่ พอสมควรแต่เมื่อได้ทดลองสัมผัสดูก้าวขึ้นไปเบาะนั่งของคนขับสำรวจเครื่องไม้เครื่องมืออุปกรณ์ภายในเอาเท่าที่จำเป็นเพราะมีเวลาไม่มากนักเลือกจิ้มโหมดคอมฟอร์ท  หน้าจอของคนขับสามารถดูได้ชัดเจน  ปรับระดับเบาะที่นั่งในฝั่งของคนขับเป็นระบบไฟฟ้าเมื่อจัดแจงเสร็จสรรพเข้าที่แล้วสนามทดสอบนี้ได้จัดทำสถานีทดสอบไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอัตราเร่ง 0-100 กม. เพียง 4.9วินาที  ด่านแรกที่เราเจอมองดูรถคันนี้ดูใหญ่เทอะทะเสมือนว่าการขับเคลื่อนออกตัวจะอุ้ยอ้าย แต่อันนั้นเป็นเพียงเสียงในหัว พอได้ลองขับจริงแล้วออกตัวได้อย่างรวดเร็ว นิ่ง

ส่วนของการบังคับพวงมาลัยทำได้ง่ายมากพวงมาลัยไม่หนักการเข้าโค้ง ช่วงล่างนุ่มนวล ไม่โยนย้วย ยอมรับว่าช่วงล่างเซทมาได้ดีทั้งในเรื่องของการทดลองขับด้วยตัวเองและเปลี่ยนสถานะมาเป็นผู้โดยสารด้านหลังแถว 2 ซึ่งจะได้ลองจินตนาการว่ารถคันนี้เป็นรถคนที่ซื้อไม่ได้ขับคนที่ขับไม่ได้ซื้อ รับบทเป็น “ผู้บริหารท่านหนึ่ง”และได้ขอความร่วมมือจาก  instructor สวมบทเป็นพลขับ จัดให้หนักดูสมรรถนะเต็มๆของรถว่าจะเป็นอย่างไรให้ความรู้สึกแบบไหน การนั่งแถวที่ 2 เมื่อพลขับด้วยความเร็วในระดับหนึ่งยังนั่งอ่านหนังสือหรือดูโทรศัพท์ได้โดยที่เกือบจะไม่รู้สึกว่าถูกรบกวน

จากนั้นไปยังสถานีที่ทดสอบความนุ่มนวลในช่วงล่างถือว่าอยู่ในระดับที่ดีแต่ยังมีเสียงรบกวนบ้างเล็กน้อยตรงนี้ก็ไม่ได้แย่ ในส่วนของเบาะนั่งแถว 2 ดูจะไม่ค่อยสบายเท่าไหร่เพราะว่าเป็นเบาะที่ค่อนข้างเล็กและไม่ค่อยสบายตัวเท่าไหร่ หากนั่งไกลอาจเมื่อยได้ ตรงนี้ก็ต้องบอกว่าแล้วแต่ความชอบส่วนบุคคล  คร่าวๆ แล้วการทดลองนั่งและทดลองขับสำหรับรถ SUV ขนาดใหญ่ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพรีเมี่ยมคาร์ สนนราคาค่าตัวที่ 2.99 ล้านบาท จากแดนมังกรก็ถือว่าใช้ได้แต่ยังไม่ถูกใจทั้งหมด แต่รูปลักษณ์ภายนอกไม่ต้องบรรยายเพราะ ดูอลังการภูมิฐาน น่าเกรงขาม สมชื่อ “หงษ์ฉี”