กิจกรรมบนถนนเป็นสิ่งที่พบเห็นเสมอในสังคมไทย  ไม่ว่าจะขบวนแห่งานประเพณี  แห่นาค พาเหรดกีฬาสี  ไปจนถึงขบวนธุดงค์  เช่นเดียวกันการขับขี่ของเด็กที่เห็นชินตา  ดังนั้น ทั้งการขับขี่ก่อนวัยอันควร และการทำกิจกรรมบนถนน จึงเป็นโจทย์ใหญ่ที่ต้องแก้

นพ.ธนะพงศ์  จินวงษ์  ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน(ศวปถ.) เผยผ่าน “ทีมข่าวอาชญากรรม” ถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่ามีมิติน่าสนใจ อันดับแรกคือ ประเด็นการให้เด็กขับรถ ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์(จยย.) ที่ผ่านมาครอบครัวและสังคมไม่ได้รู้สึกซีเรียส  แต่จากเคสนี้มองว่า“ค่านิยม”ให้เด็กขับรถก่อนวัยอันควร  ควรเป็นโจทย์ของสังคม  ไม่มองเป็นแค่เรื่องส่วนบุคคล หรือในครอบครัว

“บ้านเราถ้าปล่อยให้เป็นโจทย์ครอบครัวดูแล  จะไม่ง่ายกับการจัดการความเสี่ยง เพราะรากของปัญหาระบบครอบครัวปัจจุบันเด็กมักอยู่กับปู่ย่า ตายาย  และขอให้พ่อแม่ซื้อรถให้ ขณะที่ตายายกำกับดูแลไม่ได้”

สังคมและชุมชนต้องตั้งหลักจริงจัง  ไม่มองการขับขี่ก่อนวัยอันควรเป็นเรื่องปกติ เช่น หากพบเห็นครอบครัวสอนเด็กขับขี่ก็ต้องแจ้งผู้นำหมู่บ้านถึงความเสี่ยง  ย้ำว่านอกจากการเรียกร้องให้ผู้ปกครองต้องร่วมรับผิด ซึ่งมีคำพิพากษาฎีกาเป็นแนวทางชัดเจน  โจทย์ของสังคมคือต้องช่วยกันกำกับดูแล แจ้งเตือน ไม่ปล่อยเป็นเรื่องครอบครัว ไม่ทำเหมือนเป็นเรื่องปกติ

เทียบการที่เด็กออกมาขับรถยนต์หรือรถจยย. อันตรายพอๆกันเด็กถือปืน เมื่อสังคมเห็นเด็กสักคนถือปืน ทุกคนจะกลัวว่าอาจมีผลกับตัวเอง เพราะไม่แน่ใจวุฒิภาวะ  เช่นกันหากเห็นเด็กที่ยังไม่ควรเข้าถึงการขับขี่ก็ต้องแจ้งเตือน  ต้องดูแล  แม้ยอมรับว่าหลายครอบครัวมีเหตุผลที่ต้องให้เด็กขับรถเพื่อแบ่งเบาธุระประจำวัน หรือมองว่าการให้เด็กใช้งานใกล้บ้าน ระยะทางสั้น ๆ เป็นความเสี่ยงต่ำที่ยอมรับได้  แต่จากความสูญเสียครั้งนี้สังคมต้องตั้งหลักใหม่

ผู้จัดการ ศวปถ. ยังให้ความเห็นถึงกิจกรรมบนถนนซึ่งมีให้เห็นบ่อยครั้งในบริบทต่าง ๆ ถือเป็นความเสี่ยงที่ต้องเพิ่มระบบกำกับ ไม่ว่าจะการแจ้งเตือนด้วยสัญญาณไฟ  การมีรถนำขบวนและปิดท้าย และการกำกับเรื่องความเร็ว อย่างน้อยควรต้องแจ้ง“ขออนุญาต”เพื่อให้ตำรวจเข้าไปจัดการจราจร

อย่างไรก็ตาม ด้วยกิจกรรมทางถนนมักสัมพันธ์กับฤดูกาล หรือประเพณี อย่างการแห่เทียน  กิจกรรมโรงเรียน ขบวนกีฬาสี  จะทำอย่างไรให้กิจกรรมเหล่านี้มี“ปฏิทินความเสี่ยง” เพื่อเข้าไปวางมาตรการเชิงรุกได้

เป็นความท้าทายที่ไม่ง่าย แต่ต้องเริ่มขยับ เมื่อนี่ไม่ใช่อุบัติเหตุโดยเด็ก หรือกิจกรรมบนถนนที่เกิดความสูญเสียครั้งแรก

ยกตัวอย่าง เคสเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ขับรถกระบะ รถยนต์ที่ปรากฎเป็นข่าว อาทิ ปี 2563  เด็กวัย 13 ปี พ่อแม่ปล่อยขับรถกระบะไปจ่ายตลาด  หลังพ่อป่วยขับเองไม่ได้ ลูกต้องขับแทน ,  ปี 2567 เด็กขับกระบะชนรถบรรทุก  (หลังแม่ใช้ไปซื้อข้าวสาร)  ปี 2568  เด็ก 8 ปี แอบขับรถ และเคสล่าสุดปี 2569 เด็ก 11 ปี  ขับรถกระบะชนพระมรณภาพ 10 รูป

ขณะอุบัติเหตุจากกิจกรรมบนถนน เฉพาะที่เกิดขึ้นไม่นานมานี้ เมื่อวันที่  26 มิ.ย.2569  เพิ่งเกิดเหตุรถกระบะพุ่งชนขบวนพาเหรดกีฬา อบต.เขาชัยสน  จ.พัทลุง  ผ่านมาเพียง 1 สัปดาห์ก็เกิดเหตุกับกิจกรรมพระธุดงค์เมื่อวันที่ 2 ก.ค.ที่ผ่านมา นำมาซึ่งความสูญเสียครั้งใหญ่ ที่หวังให้เกิดขึ้นเป็นครั้งสุดท้าย.

ทีมข่าวอาชญากรรม  รายงาน