นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้ลงพื้นที่ จ.สตูล พร้อมกับนายสรรเพชญ บุญญามณี รมช.คมนาคม เพื่อติดตามการขับเคลื่อนโครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือตันหยงโป ต.ตันหยงโป อ.เมืองสตูล ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการสำคัญที่กระทรวงคมนาคมเตรียมผลักดันให้เป็น “ประตูท่องเที่ยวทางทะเลแห่งใหม่” ของ จ.สตูล เชื่อมการเดินทางจากตัวเมืองสู่หมู่เกาะสำคัญ ลดเวลา และเพิ่มทางเลือกในการเดินทาง พร้อมสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ และกระจายรายได้สู่ประชาชนในพื้นที่

นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า รัฐบาล และกระทรวงคมนาคม เห็นศักยภาพของ จ.สตูล ซึ่งมีทรัพยากรธรรมชาติ และแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลระดับโลก ทั้งอุทยานแห่งชาติตะรุเตา หมู่เกาะอาดัง เกาะหลีเป๊ะ เกาะไข่ และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอีกหลายแห่ง จึงต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวเหล่านี้เข้ากับตัวเมือง และพื้นที่เศรษฐกิจ เพื่อให้รายได้จากการท่องเที่ยวกระจายถึงร้านค้า ร้านอาหาร ที่พัก ผู้ประกอบการเดินเรือและชุมชนในจังหวัดสตูลมากขึ้น

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า วันนี้เรามาดูพื้นที่จริง เพราะงบประมาณสำหรับโครงการนี้ได้เตรียมไว้แล้ว เป้าหมายของเราคือทำให้ท่าเรือตันหยงโป เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของประชาชน และนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการแวะเข้ามาท่องเที่ยว จับจ่ายใช้สอย และสัมผัสเมืองสตูล ก่อนเดินทางต่อไปยังหมู่เกาะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ตะรุเตา อาดัง หรือหลีเป๊ะ สามารถลงเรือจากตันหยงโปได้ โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางอ้อมไปยังท่าเรือปากบาราทุกครั้ง

นายพิพัฒน์ กล่าวด้วยว่า สำหรับโครงการท่าเทียบเรือตันหยงโป กรมเจ้าท่าได้ตั้งงบประมาณปี 2570 วงเงิน 30 ล้านบาท เบื้องต้นสามารถพัฒนาสะพานท่าเทียบเรือได้ระยะทางไม่น้อยกว่า 150 เมตร โดยบริเวณปลายสะพานมีระดับน้ำประมาณ 1 เมตร ในช่วงน้ำลงต่ำสุด ทำให้เรือสปีดโบ๊ตสามารถเข้า-ออก และเทียบท่าได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ต้องรอระดับน้ำขึ้น ซึ่งจะเพิ่มความสะดวก และความคล่องตัวในการเดินทางของประชาชนและนักท่องเที่ยว

โครงการเตรียมลงนาม และเริ่มก่อสร้างประมาณเดือน ธ.ค. 2569-ม.ค. 2570 โดยออกแบบให้สะท้อนอัตลักษณ์ของ จ.สตูล ผสมผสาน “ลายฉลุมลายู” กับอัตลักษณ์ “อุทยานธรณีโลกสตูล” ผ่านลวดลายแอมโมไนต์ เพื่อให้ท่าเรือแห่งนี้เป็นมากกว่าโครงสร้างพื้นฐานด้านการเดินทาง แต่เป็นแลนด์มาร์คที่สะท้อนประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ของพื้นที่ เมื่อท่าเรือตันหยงโปแล้วเสร็จ จะสามารถเชื่อมโยงการเดินทางไปยังเกาะหลีเป๊ะ หมู่เกาะตะรุเตา หมู่เกาะอาดัง เกาะไข่ สันหลังมังกร และในอนาคตมีศักยภาพเชื่อมต่อไปยังเกาะลังกาวี ประเทศมาเลเซีย จะช่วยเปิดตลาดนักท่องเที่ยวใหม่ โดยเฉพาะจากมาเลเซียที่เดินทางผ่านด่านวังประจัน รวมถึงผู้เดินทางจากจังหวัดสงขลา และพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า นอกจากการพัฒนาท่าเรือแล้ว กระทรวงคมนาคมยังเดินหน้าเชื่อมโยงโครงข่ายทางบก โดยผลักดันเส้นทางจาก อ.สะเดา จ.สงขลา ผ่านพื้นที่บาโรย เชื่อมสู่นิคมอุตสาหกรรมควนกาหลง จ.สตูล ซึ่งจะช่วยลดระยะทางการเดินทางได้ประมาณ 60 กิโลเมตร เมื่อเทียบกับเส้นทางปัจจุบันที่ต้องเดินทางผ่านหาดใหญ่ก่อนเข้าสู่ จ.สตูล พร้อมกันนี้ยังเตรียมฟื้นศักยภาพ “ท่าเรือตำมะลัง” หลังกรมเจ้าท่าดำเนินการขุดลอกร่องน้ำ และบริเวณหน้าท่าให้มีความลึกไม่น้อยกว่า 3 เมตร โดยเตรียมหารือความร่วมมือกับรัฐปะลิส ประเทศมาเลเซีย เพื่อเพิ่มกิจกรรมเดินเรือระหว่างประเทศในอนาคต.