เมื่อวันที่ 4 ก.ค. สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) ร่วมกับเครือข่ายสถานศึกษาจังหวัดกาญจนบุรี จัดอบรมพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา ภายใต้โครงการ “การพัฒนาสมรรถนะเชิงรุก (Competency-Based Learning)”ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยใช้กระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps สู่การสร้างนวัตกรรมด้วยการวัดและประเมินผลตามสภาพจริง และการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อการวัดและประเมินผลผู้เรียน ยกระดับการจัดการเรียนรู้และการประเมินผลตามสมรรถนะผู้เรียน โดยผู้เข้าร่วมอบรมประกอบด้วย ครูจากโรงเรียนในจังหวัดกาญจนบุรี 3 แห่ง รวม 110 คน ได้แก่ โรงเรียนด่านมะขามเตี้ยวิทยาคม โรงเรียนหนองตากยาตั้งวิริยะราษฏร์บำรุง และโรงเรียนอนุบาลวัดไชยชุมพลชนะสงคราม

ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ประธานกรรมการบริหารพว. กล่าวว่า การจัดการเรียนรู้ ครูจะเป็นผู้ออกแบบกิจกรรม เพื่อให้เด็กเรียนรู้โดยใช้คำถามเป็นหลัก ไม่ใช่บรรยายหรือติว ซึ่งเป็นการทำร้ายเด็ก แต่ที่ผ่านมาสิ่งที่เกิดคือการติว และเด็กก็ใช้เงินเพื่อการนี้ แต่ผลของการสอบ O-Net ที่ผ่านมา 23 ปี เราไม่เคยเห็นการผ่านเกณฑ์เลย รวมถึงการประเมิน PISA ทำอย่างไรเราก็ไม่สามารถผ่านได้ เพราะยิ่งติวยิ่งแคบ ยิ่งติวยิ่งความรู้น้อย เนื่องจากเป็นการเรียนข้อสอบ ทั้งที่จริงๆ แล้ว O-Net และ PISA เป็นการนำกระบวนการไปวิเคราะห์ข้อสอบ แต่สิ่งที่เกิดคือในห้องสอบ ครูไม่รู้จักกระบวนการ เด็กจึงไม่มีกระบวนการ เพราะเป็นการเรียนแบบท่องจำ จึงเป็นสิ่งที่กระทรวงศึกษาธิการต้องเร่งแก้ไขอย่างเร่งด่วน

ดร.ศักดิ์สิน กล่าวต่อไปว่า สำหรับการอบรมครั้งนี้เป็นการอบรมการใช้กระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps เป็นเครื่องมือสร้างความรู้ของเด็ก โดยนำเนื้อหาในหนังสือมาให้เด็กเรียนรู้ สร้างความรู้โดยผ่านกระบวนการคิด ผ่านกระบวนการประเมิน โดยเพิ่มความดี ความงาม คุณธรรม และค่านิยม ซึ่งนำความคิดพื้นฐาน เหตุและผลมาหลอมรวมเข้าด้วยกัน ทำให้ความคิดขั้นต้นมีคุณค่าสูงขึ้นทั้งตนเองและสังคม ซึ่งการเรียนด้วยวิธีการนี้จะส่งผลให้เกิดนวัตกรรมและต่อยอดเป็น AI ซึ่งในต่างประเทศที่สร้างนวัตกรรมและ AI เกิดขึ้นได้ก็ด้วยการเรียนด้วยกระบวนการคิดขั้นสูง จนพัฒนา AI ขั้นสูงมาใช้ในด้านอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจ ต่อมาก็นำ AI มาใช้ประกอบการเรียน ซึ่งก็คือมือถือ แท็บเล็ต แต่เมื่อนำมาใช้อย่างแพร่หลาย ก็ทำให้เกิดปัญหาเด็กติดจอ และข้อมูลที่ผ่าน AI ควบคุมไม่ได้ จนเกิดกระแสที่กระทบสังคม และเด็กก็ไม่มีสมาธิในการเรียน จนทุกประเทศเห็นพ้องกันว่าหากยังเป็นเช่นนี้ต่อไปประเทศอาจจะด้อยพัฒนาได้ จึงมีการห้ามนำเทคโนโลยีเข้าในห้องเรียน เพื่อกลับมาเรียนแบบเดิม และมีการประกาศว่าในอีก 10 ปีข้างหน้าจะสร้าง AI รุ่นใหม่

“GPAS 5 Steps จะเป็นกำแพงต่อต้านกระแสสังคมเชิงลบที่กระแทกเข้ามา เพื่อให้เด็กต่อต้านสิ่งเหล่านี้ได้ สามารถใช้ปัญญาในการเลือกบริโภคได้ ดังนั้นถ้าเรายังไม่พัฒนากระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบเด็กจะเอาไม่อยู่ ดังนั้นในการพัฒนากระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ AI จะเป็นเครื่องมือช่วยให้เด็กสามารถคิดวิเคราะห์และเลือกได้ และหากเกิดความผิดพลาดเด็กก็จะสามารถลุกได้เร็ว“ประธานบริหารพว. กล่าว

ดร.ณรินทร์ ชำนาญดู นายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย (ส.บ.ม.ท.) กล่าวว่า ส.บ.ม.ท.คาดหวังว่าคุณภาพของครูจะส่งผลถึงเด็ก โดยเชื่อว่าการพัฒนาครู เติมส่วนที่ขาด วาดส่วนที่หวัง จะสามารถพัฒนาเด็กได้ โดยเฉพาะการอบรมออกแบบการเรียนรู้ด้าน Active Learning การประเมินผลโดยใช้ AI และการประเมินผลตามสภาพจริง ซึ่งครูที่เข้ารับการอบรมมาจากโรงเรียนมัธยมศึกษา และโรงเรียนขยายถือเป็นกลุ่มนำร่องของส.บ.ม.ท.ที่ร่วมกับพว. ในการพัฒนาความรู้การประเมินผลตามสภาพจริง และส่งเสริมการออกแบบการเรียนรู้เพื่อเสริมสมรรถนะเด็ก โดยหลังจากนี้จะขยายผลไปยังโรงเรียนมัธยมศึกษากว่า 2 พันโรงทั่วประเทศต่อไป