แม้ความรู้ด้านสุขภาพของคนไทยจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ “พยาธิใบไม้ตับ” ยังคงเป็นภัยเงียบที่สร้างผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ ซึ่งยังมีวัฒนธรรมการรับประทานอาหารพื้นบ้านจากปลาน้ำจืดแบบดิบหรือสุกไม่ทั่วถึง เช่น ก้อยปลา ลาบปลา ปลาส้ม ปลาจ่อม หรือปลาเจ่า พฤติกรรมดังกล่าวเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ตัวอ่อนของพยาธิใบไม้ตับเข้าสู่ร่างกาย และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งท่อน้ำดีในระยะยาว

พยาธิใบไม้ตับเป็นปรสิตที่มีวงจรชีวิตซับซ้อน โดยอาศัยหอยน้ำจืดและปลาน้ำจืดเป็นพาหะ เมื่อตัวอ่อนพยาธิอยู่ในเนื้อปลาและคนรับประทานเข้าไปโดยไม่ผ่านการปรุงสุก ตัวอ่อนจะเดินทางผ่านทางเดินอาหารเข้าสู่ตับและท่อน้ำดี ก่อนเจริญเติบโตเป็นตัวเต็มวัยและอาศัยอยู่ภายในร่างกายได้นานหลายสิบปี ระหว่างนั้นพยาธิจะทำให้ผนังท่อน้ำดีเกิดการอักเสบ ระคายเคือง และเกิดพังผืดอย่างต่อเนื่อง จนเพิ่มโอกาสที่เซลล์จะเปลี่ยนแปลงเป็นมะเร็งท่อน้ำดี
อันตรายของโรคนี้คือ ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่แทบไม่มีอาการผิดปกติในระยะแรก ทำให้หลายคนไม่รู้ว่าตนเองมีพยาธิอยู่ในร่างกาย กว่าจะเริ่มมีอาการก็มักเป็นช่วงที่เกิดการอักเสบเรื้อรังหรือมีภาวะแทรกซ้อนแล้ว อาการที่อาจพบ ได้แก่ ปวดหรือแน่นบริเวณชายโครงขวา ท้องอืด อาหารไม่ย่อย เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย น้ำหนักลด และในรายที่โรครุนแรงอาจมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม และอุจจาระสีซีด ซึ่งเป็นสัญญาณของการอุดตันในท่อน้ำดีและควรรีบพบแพทย์ทันที
หลายคนยังเข้าใจผิดว่าการหมักปลา การดองปลา หรือการปรุงด้วยน้ำมะนาว เกลือ หรือเครื่องเทศ สามารถฆ่าตัวอ่อนพยาธิได้ แต่ในความเป็นจริง วิธีเหล่านี้ไม่สามารถทำลายตัวอ่อนพยาธิใบไม้ตับได้ จึงยังคงมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ การปรุงอาหารด้วยความร้อนจนสุกทั่วถึงเท่านั้น จึงเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการทำลายตัวอ่อนพยาธิ
การป้องกันโรคพยาธิใบไม้ตับทำได้ไม่ยาก เริ่มจากหลีกเลี่ยงการรับประทานปลาน้ำจืดดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ เลือกรับประทานอาหารที่ปรุงสุกทุกครั้ง ใช้มีดและเขียงแยกระหว่างอาหารดิบกับอาหารสุก ล้างมือให้สะอาดก่อนรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ รวมทั้งขับถ่ายลงส้วมที่ถูกสุขลักษณะ เพื่อตัดวงจรการแพร่กระจายของไข่พยาธิสู่แหล่งน้ำ นอกจากนี้ ผู้ที่เคยรับประทานปลาดิบเป็นประจำ หรืออาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองตามคำแนะนำของแพทย์ เพราะหากตรวจพบการติดเชื้อสามารถรักษาได้ด้วยยาถ่ายพยาธิ และช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งท่อน้ำดีในอนาคต
ปัจจุบันประเทศไทยยังคงรณรงค์ให้ประชาชนลด ละ เลิก การรับประทานปลาน้ำจืดดิบ ควบคู่กับการตรวจคัดกรองในกลุ่มเสี่ยง เพื่อแก้ไขปัญหามะเร็งท่อน้ำดีอย่างยั่งยืน เพราะโรคนี้สามารถป้องกันได้ หากประชาชนร่วมกันปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค เลือกรับประทานอาหารที่ปรุงสุก และไม่หลงเชื่อว่าการหมักหรือดองปลาสามารถฆ่าพยาธิได้ การ “กินสุก” จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของความสะอาด แต่เป็นการปกป้องชีวิตจากภัยเงียบที่อาจนำไปสู่โรคร้ายในอนาคต.



