เมื่อวันที่ 7 ก.ค. 69 ที่ห้องประชุม Grand Riverside Ballroom (Moon & Galaxy) ชั้น 10 โรงแรมอวานี พลัส ริเวอร์ไซด์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการเป็นประธานเปิดการประชุมที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปค หรือ ABAC ครั้งที่ 3 ประจำปี 2569 ว่า รัฐบาลเดินหน้าในเรื่องปราบปรามการทุจริต โดยดำเนินงานอย่างโปร่งใส โดยเฉพาะการเตรียมเข้าเป็นสมาชิก OECD ที่ขณะนี้ได้รับการสนับสนุนจากมิตรประเทศ ซึ่งส่วนตัวได้แจ้งให้ทุกหน่วยงานได้รับทราบถึงความสำคัญของไทย ที่จะเข้าเป็นสมาชิก OECD เพราะจะเป็นการยกระดับประเทศ สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาคมโลก โดยตนได้พบปะกับผู้นำประเทศต่างๆ ซึ่งทุกคนยืนยันและเชื่อมั่นว่า ประเทศไทยมีความสามารถ มีคุณสมบัติเพียงพอ ที่จะเข้าเป็นสมาชิก OECD ดังนั้นประเทศไทยก็ต้องทำให้ผู้ที่มาคัดเลือกเห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจว่าไทยปราบปรามเรื่องทุจริตคอร์รัปชันอย่างเต็มที่ ไม่เป็นที่พักพิงการค้ายาเสพติด หรืออาชญากรข้ามชาติ ไทยจะต้องมีระบบ การจัดซื้อจัดจ้างประมูลงาน เปิดโอกาสทุกอย่าง ด้วยความโปร่งใส และทุกสิ่งในประเทศไทย จะต้องตรวจสอบได้ มีการใช้บังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดไม่มีข้อยกเว้น เหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ดี ที่จะทำให้ประเทศไทย ยกระดับในการทำงาน เข้าไปอยู่ในกรอบที่มีการคานอำนาจ มีการตรวจสอบ มีการตั้งกฎเกณฑ์ต่างๆ มากมาย เป็นที่ยอมรับของนานาชาติ 

นายกฯ ยังกล่าวถึงการปราบปรามกลุ่มทุนเทาและบัญชีม้า ที่ไปสร้างความปั่นป่วนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ว่า ที่ผ่านมารัฐบาลได้เข้ามาจัดการกลุ่มเหล่านี้อย่างเข้มข้น ทั้งในส่วนตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ก.ล.ต.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ก็ได้เข้ามาทำงานกันเป็นทีม มีการแชร์ข้อมูลสำคัญต่างๆ นำไปสู่การสืบสวนสอบสวน หาคนกระทำผิดและนำไปสู่การดำเนินคดีอย่างรวดเร็ว ซึ่งที่ผ่านมาตนเองได้เข้ามาดำเนินการ สามารถที่จะยึดทรัพย์ล่าสุดได้มากถึง 8,000 กว่าล้านบาท

“กลุ่มที่ปั่นป่วน ปั่นป่วนจะเฉพาะหุ้นที่มันเทา ซึ่งคนที่ไปลงทุนในหุ้นเทาๆ คุณก็ดู คนที่ไม่เทาเขาก็ไม่ลงหุ้นเทา เขาก็คิดง่ายๆ แค่นี้ พอสีเทาก็อยู่ได้กับสีเทา ก็ยิ่งง่าย คัดแยกได้ง่าย ดำเนินคดีได้ง่าย ยึดทรัพย์ได้ง่าย ที่ผ่านมาทุนเทา สมัยผมเข้ามานี่ ถ้านับทั้ง อนุทิน 1 อนุทิน 2 ตอนนี้เราก็ยึดทรัพย์สินพวกสีเทาต่างๆ เหล่านี้มาประมาณเกือบ 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ก็เป็นจำนวนเงินที่มาก ล่าสุดก็เพิ่งยึดมาอีก 8,000 กว่าล้านบาท” นายอนุทิน กล่าว