เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ที่วัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร ตำบลยกกระบัตร อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร พระราชวัชรสาครคณี เจ้าคณะจังหวัดสมุทรสาคร จัดการประชุมพระสังฆาธิการระดับเจ้าอาวาส รองเจ้าอาวาส ผู้ช่วยเจ้าอาวาส และเลขานุการ ในเขตปกครองคณะสงฆ์จังหวัดสมุทรสาคร ตามมติมหาเถรสมาคม ที่ 143/2546 การประชุมพหุภาคีของจังหวัดสมุทรสาคร ระหว่างพระสังฆาธิการ นายอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้อำนวยการโรงเรียนและผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และการอบรมพระสังฆาธิการผู้ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสใหม่ รุ่นที่ 5 ในเขตปกครองคณะสงฆ์ภาค 14 ประจำปี พ.ศ.2569

สำหรับภาคเช้าเวลา 08.30 น. สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (เจ้าคุณธงชัย) กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ เปิดการประชุมฯ โดยมี นายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ประกอบพิธีถวายความเคารพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพ กล่าวถวายราชสดุดี และกล่าวเปิดการประชุม พร้อมด้วย พระราชวชิรโมลี ผู้รักษาการแทนเจ้าคณะภาค 14 ,พระเทพสาครมุนี ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 14 เจ้าอาวาสวัดเจษฎาราม พระอารามหลวง,พระราชวัชรสาครคณี เจ้าคณะจังหวัดสมุทรสาคร คณะสงฆ์ระดับพระสังฆาธิการ นางสาวสวาท แซ่ตัน ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสมุทรสาคร หัวหน้าส่วนราชการ และผู้แทนจากทุกฝ่าย เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียงกัน

พระราชวชิรโมลี ผู้รักษาการแทนเจ้าคณะภาค 14 วัดระฆังโฆสิตาราม ได้ถวายรายงานว่า การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นตามมติมหาเถรสมาคม เพื่อพัฒนาศักยภาพพระสังฆาธิการระดับเจ้าอาวาส รองเจ้าอาวาส ผู้ช่วยเจ้าอาวาส และเลขานุการ ให้มีความรู้ ความเข้าใจด้านการบริหารกิจการคณะสงฆ์อย่างถูกต้อง พร้อมทั้งเป็นเวทีประชุมพหุภาคีระหว่างคณะสงฆ์กับฝ่ายปกครองและหน่วยงานภาครัฐ เพื่อบูรณาการความร่วมมือในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา รวมถึงจัดอบรมพระสังฆาธิการผู้ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสใหม่ รุ่นที่ 5 ระหว่างวันที่ 6 – 10 กรกฎาคม 2569 อีกด้วย

ในการนี้ สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี ได้เมตตามอบตราตั้งผู้ช่วยเจ้าอาวาส พระกรรมวาจาจารย์ และครูสอนพระปริยัติธรรม ก่อนประทานสัมโมทนียกถาความว่า การคณะสงฆ์จะเป็นไปด้วยความเรียบร้อยดีงาม จะต้องอาศัยความร่วมมือของเจ้าคณะสังฆาธิการ ที่มีความเข้าใจในด้านการบริหาร เอาใจใส่งานคณะสงฆ์ ตลอดจนเข้มงวด กวดขัน พระภิกษุสามเณรในการปกครองให้เป็นไปตามพระธรรมวินัย กฎหมาย ระเบียบ และจารีตประเพณี โดยเฉพาะเจ้าอาวาส เป็นพระสังฆาธิการในลำดับแรกที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการบริหารงานคณะสงฆ์ ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยดีงาม ดังนั้น เจ้าอาวาสจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องมีความรู้ความเข้าใจ ในหน้าที่และอำนาจของตนตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505 ที่บัญญัติไว้ ดังนั้น ท่านทั้งหลาย จะต้องช่วยกันขับเคลื่อน ศาสนกิจของคณะสงฆ์ ให้เอื้อพระธรรมวินัยเป็นไปอย่างถูกต้องดีงาม จนเกิดผลเป็นที่ประจักษ์ ยอมรับแก่สาธุชนทั้งหลาย จะเป็นการสร้างความเข้มแข็ง และความมั่นคงของพระพุทธศาสนาสืบไป ทั้งนี้ ความสำเร็จทั้งหลาย มิได้อาศัยเพียงแต่ฝ่ายศาสนเพียงอย่างเดียว จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากฝ่ายอาณาจักรหรือฝ่ายบ้านเมือง ในการที่จะช่วยขับเคลื่อนกิจการคณะสงฆ์ให้สำเร็จเป็นรูปธรรม มีประสิทธิภาพ ถูกต้อง ดังนั้นทุกคนจึงต้องมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมพระพุทธศาสนา ให้มีความมั่นคงอีกด้วย และหวังว่าความรู้ที่ได้รับจากการประชุมฯ ในครั้งนี้ จะเป็นแนวทางพื่อนําไปปรับใช้ในการบริหารงานคณะสงฆ์ต่อไป