เปิดตัว NECRONOMI-JAM งานเกมแจมจากทาง Game Dev Hub Bangkok และเตรียมจัดในช่วงวันที่ 24-26 กรกฎาคมนี้ ในกรุงเทพ เชียงใหม่ และขอนแก่น!

นอกจากนี้ ทางทีมงานได้เผยรายชื่อคณะกรรมการครบทุกสถานที่จัดงาน เปิดตัว Viveverse Track พร้อมเครดิต AWS สูงสุด 1 ล้านบาท รวมกรรมการระดับ AAA รางวัลท้องถิ่น และจะมีแนวเกมปริศนาที่รอการเปิดเผยด้วย

ส่วนบัตรเข้าร่วมงาน เปิดจำหน่ายแล้วในตอนนี้เช่นกัน

บริษัท Game Dev Hub Co., Ltd. ประกาศรายละเอียดทั้งหมดของ NECRONOMI-JAM งาน Game Jam ธีมเลิฟคราฟต์ (Lovecraftian) ที่พลิกโฉมรูปแบบการแข่งขันเกมแจมแบบดั้งเดิม

งานนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24–26 กรกฎาคม 2026 โดยภายในงานจะมีคณะกรรมการตัดสินประจำทุกสถานที่จัดการแข่งขัน พร้อมเงินรางวัลรวม 17,500 บาทต่อสถานที่

นอกจากนี้ ยังมีการแข่งขันแยกในหมวด Viveverse Platform Track ชิงเงินรางวัล 80,000 บาท รวมถึงเครดิตการใช้งาน AWS Cloud สูงสุด 1 ล้านบาท ที่ได้รับการสนับสนุนจาก COM7 และ AWS

เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีการแข่งขันในรูปแบบออนไลน์เต็มรูปแบบ เปิดโอกาสให้เหล่าผู้พัฒนาเกมจากทั่วโลกเข้าร่วมการแข่งได้

หัวใจสำคัญของ NECRONOMI-JAM คือระบบการแข่งขันที่ไม่เหมือนใคร ผู้เข้าร่วมจะได้รับข้อมูลเกี่ยวกับธีมและเนื้อเรื่องสไตล์เลิฟคราฟต์ล่วงหน้า เพื่อเตรียมงานในช่วงก่อนการแข่งขัน แต่ ‘แนวเกม (Genre)’ จะถูกเก็บเป็นความลับ จนถึงพิธีเปิดในวันที่ 24 กรกฎาคม ซึ่งคณะกรรมการระดับ AAA จากทั่วโลกจะร่วมจับฉลากแนวเกมทั้งหมด 5 ประเภท

หลังจากนั้น ทุกทีมต้องเลือก 1 ใน 5 แนวเกมและพัฒนาเกมให้เสร็จภายในเวลาที่กำหนด โดยจะต้องพบกับความท้าทายที่คาดเดาไม่ได้ด้วย

คณะกรรมการระดับโลก: The Eldritch Circle

คณะกรรมการระดับโลกที่ทำหน้าที่ตัดสินรอบสุดท้ายล้วนเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับสูงจากอุตสาหกรรมเกม โดยจะมีดังนี้

– Dan Moditch – Design Director จาก Empty Vessel ผู้มีผลงานใน DOOM (2016), DOOM Eternal, The Callisto Protocol และซีรีส์ Call of Duty รวม 5 ภาค จาก Treyarch, id Software และ Striking Distance

– Tony Garza – Creative Director จาก Turnkey Games สตูดิโอที่ก่อตั้งโดยอดีตทีมงาน id Software ปัจจุบันรับผิดชอบทิศทางสร้างสรรค์ของเกม APART และเคยร่วมพัฒนา DOOM (2016), DOOM Eternal, Prey และเกมอื่น ๆ อีกมากมาย

– Jean-Claude Cottier – ผู้ก่อตั้ง Ovogame นักพัฒนาเกมมากประสบการณ์กว่า 30 ปี ผู้มีส่วนร่วมในการพัฒนาเทคโนโลยี 3D ของเกม Black & White และ The Movies ปัจจุบันทำงานในฐานะนักพัฒนาเดี่ยว

– Ahmad Al-Natsheh – ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Khosouf Studio ผู้สร้างเกม BOX to the BEAT VR และ X8 ที่มียอดดาวน์โหลดกว่า 450,000 ครั้ง รวมถึงเป็นบุคคลสำคัญในการผลักดันอุตสาหกรรมเกมของซาอุดีอาระเบียภายใต้วิสัยทัศน์ Vision 2030

ทั้งนี้ อาจมีการประกาศรายชื่อกรรมการระดับโลกเพิ่มเติมผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการของงานด้วย!

ทุกสถานที่จัดการแข่งขันจะมีคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญประจำพื้นที่ พร้อมเงินรางวัลรวม 17,500 บาท และจะคัดเลือก 10 เกมที่ดีที่สุด ส่งเข้าสู่การตัดสินรอบสุดท้ายโดยคณะกรรมการระดับโลก ขณะที่ผู้เข้าร่วมในรูปแบบออนไลน์จะถูกตัดสินโดยคณะกรรมการ The Eldritch Circle โดยตรง

???????? ประเทศไทย

???? กรุงเทพฯ – Game Dev Hub

Jirakorn Tisdeeruk – Secret Character

Nontawat Thanakiatkrai – Vermillion Digital

Nopadol Shaoquan – Earthquack Games

???? กรุงเทพฯ – CMKL University (AI Track พิเศษ)

Justin Paulsen – Assistant Professor, CMKL University และผู้ก่อตั้ง Rising Tide

Lorenzo Avi – Assistant Professor, CMKL University

Pisut Wisessing – Assistant Professor, CMKL University

???? เชียงใหม่ – College of Arts, Media and Technology (CAMT), มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

Michael Judge – Bit Egg Inc.

Watcharaphong Meearharn – FairPlay Studios

Chris Stair – Squid Shock Game

???? ขอนแก่น – Thailand Creative & Design Center (TCDC)

Burak Tokak – Rogue Duck Interactive

Shane Sookphum – Sunny Syrup Studio

Phupakorn Luehan – Sunny Syrup Studio

Nuttawut Apiratwarakul – GamingDose

???????? อินโดนีเซีย

???? จาการ์ตา – iterhaus จะประกาศรายชื่อกรรมการภายหลัง

ส่วนการแข่งขันออนไลน์ จะมีเซิร์ฟเวอร์ Discord สำหรับผู้เข้าร่วมจากทั่วโลก ทั้งนี้ จะมีการประกาศสถานที่จัดงานเพิ่มเติมทั้งในประเทศและต่างประเทศในภายหลัง

Viveverse Platform Track

Viveverse เข้าร่วมเป็นผู้สนับสนุนหลัก พร้อมเปิดการแข่งขันพิเศษ Viveverse Platform Track ชิงเงินรางวัลรวม 80,000 บาท สำหรับทีมที่พัฒนาเกมบนแพลตฟอร์ม Viveverse

รายละเอียดเงื่อนไขการเข้าร่วมและการใช้งานแพลตฟอร์มจะประกาศผ่าน Discord อย่างเป็นทางการของงาน

เครดิต AWS จาก COM7 และ AWS

COM7 และ AWS สนับสนุนเครดิตการใช้งาน AWS Cloud มูลค่าสูงสุด 1 ล้านบาท เพื่อช่วยให้นักพัฒนาสามารถสร้างสรรค์เกมได้โดยไม่ติดข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐาน

เครดิตดังกล่าวสามารถใช้สำหรับบริการบน AWS Cloud เท่านั้น ไม่สามารถแลกเป็นเงินสดได้ และต้องผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติตามเงื่อนไขของ AWS และ COM7

เครือข่ายพันธมิตรที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง

งานนี้ได้รับการสนับสนุนจากองค์กร บริษัท สตูดิโอ และสถาบันการศึกษาจำนวนมากจากประเทศไทย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และทั่วโลก โดยรายชื่อเรียงตามตัวอักษร ไม่ได้สะท้อนลำดับความสำคัญ ได้แก่

AWS, Bit Egg, CAMT, CMKL, Com7, Coreflowed, Earthquack Games, EmptyVessel, Fairplay Studios, Game Dev Hub, GameDevJakarta, GamingDose, GIVA, iterhaus, Khosouf Studio, KKU, Kodin, Ovogame, Rising Tide, Rogue Duck, Secret Character, SquidShock Games, Sunny Syrup, Turnkey Games, Vermillion Digital และ Viveverse

ความร่วมมือครั้งนี้ทำให้ผู้เข้าร่วมได้รับการสนับสนุนทั้งด้านองค์ความรู้ การให้คำปรึกษา และทรัพยากรจากผู้เชี่ยวชาญในทุกแขนงของการพัฒนาเกม

มากกว่า Game Jam: โอกาสพิเศษสำหรับผู้เข้าร่วมทุกคน งานนี้ออกแบบให้เป็นเวทีสำหรับต่อยอดอาชีพของนักพัฒนาเกม ผู้ถือบัตรทุกคนจะได้รับสิทธิพิเศษในการเข้าถึง:

– เวิร์กชอป การบรรยาย และช่วง Office Hours กับกรรมการระดับ AAA และผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม

– โอกาสให้กรรมการและผู้สนับสนุนตรวจสอบ Portfolio และ Resume เพื่อใช้ในการคัดเลือกบุคลากร

– สิทธิลุ้นรางวัลจากแต่ละสถานที่, Viveverse Track, เครดิต AWS และรางวัลเพิ่มเติมจากพันธมิตรที่จะประกาศในภายหลัง

เหตุใดงานนี้จึงสำคัญต่ออุตสาหกรรมเกมไทย? คุณกุมภฤทธิ์ พุฒิภิญโญ – Director และ Co-Founder ของ Game Dev Hub กล่าวว่า

“นักพัฒนาเกมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีศักยภาพ แต่แทบไม่มีโอกาสเชื่อมต่อโดยตรงกับผู้นำระดับโลกของอุตสาหกรรมเกม การรวมตัวของกรรมการทั้งระดับท้องถิ่นและระดับโลก รวมถึง Viveverse Track และเครดิต AWS ที่ช่วยลดข้อจำกัดด้านเทคนิค ทำให้งานนี้กลายเป็นเส้นทางที่แท้จริงสำหรับนักพัฒนา”

“เมื่อทีมจากกรุงเทพฯ เชียงใหม่ หรือขอนแก่นส่งผลงาน พวกเขาจะได้รับการประเมินโดยผู้ที่เคยสร้าง DOOM, The Callisto Protocol และเกมระดับบล็อกบัสเตอร์ พร้อมทั้งยังได้รับการยอมรับและรางวัลในระดับท้องถิ่น เราไม่ได้เพียงจัดงาน Game Jam แต่กำลังสร้างสะพานเชื่อมระยะยาวให้นักพัฒนาไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้เป็นที่มองเห็น ได้รับคำแนะนำ และมีโอกาสเข้าสู่อุตสาหกรรม”

“ด้วยสถานที่จัดงานหลายแห่ง ระบบออนไลน์ที่แข็งแกร่ง และเครือข่ายพันธมิตรกว่า 20 องค์กร NECRONOMI-JAM พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการ Game Jam ในภูมิภาค”

ทำไมจึงเลือกธีมและรูปแบบนี้? Stefano Bianchi – Director และ Co-Founder ของ Game Dev Hub ผู้ออกแบบธีมและรูปแบบของ NECRONOMI-JAM กล่าวว่า

“เราตั้งใจสร้างงานนี้ให้เป็นมากกว่า Game Jam ทั่วไป แต่เป็นกลไกที่เปลี่ยนศักยภาพให้กลายเป็นโอกาส จักรวาลของเลิฟคราฟต์เหมาะสมอย่างยิ่ง เพราะแก่นแท้ของมันคือการเผชิญหน้ากับสิ่งที่ยิ่งใหญ่และไม่อาจคาดเดา ด้วยเครื่องมือที่มีอยู่ในมือ ซึ่งไม่ต่างจากความรู้สึกของนักพัฒนาเกมรุ่นใหม่ที่พยายามก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมระดับโลก”

“ทีมต่าง ๆ จะมีเวลาเตรียมตัวจากธีมและเนื้อเรื่องล่วงหน้า แต่ความตื่นเต้นที่แท้จริงคือช่วงที่แนวเกมถูกเปิดเผย ทุกสิ่งที่เตรียมไว้ต้องถูกดัดแปลงให้เข้ากับสิ่งที่ไม่เคยคาดคิด นั่นคือความสามารถในการปรับตัวที่อุตสาหกรรมเกมต้องการ เมื่อรวมเข้ากับการตัดสินในแต่ละสถานที่ การเข้าถึงผู้เชี่ยวชาญระดับ AAA และการแข่งขันเฉพาะอย่าง Viveverse Track งานนี้จึงไม่ใช่เพียงการแข่งขันช่วงสุดสัปดาห์อีกต่อไป แต่เป็นแท่นปล่อยสู่อาชีพนักพัฒนาเกม”

สำหรับลิงก์ข้อมูลและการจำหน่ายบัตรเข้างาน ติดตามต่อได้ที่นี่