รัฐบาลมอบหมายให้กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ การกีฬาแห่งประเทศไทย เข้าหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมแหล่งงบประมาณสนับสนุนการจัดการแข่งขันฟุตบอลเยาวชนระดับประเทศ รายการ “Prime Minister Youth League” รวมทั้งผลักดันการนำวิทยาศาสตร์การกีฬาและเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยเฉพาะการสำรวจพันธุกรรม (DNA) มาใช้ในการพัฒนาและยกระดับศักยภาพนักกีฬาไทย ที่ห้องประชุม 402 อาคารรัฐสภา เมื่อวันที่ 8 ก.ค.ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ในที่ประชุมได้มีการนำเสนอแนวทางการดำเนินงานต่อคณะกรรมาธิการการกีฬา สภาผู้แทนราษฎร โดยมี นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย นายจักพันธ์ ปิยพรไพบูลย์ ประธานคณะกรรมาธิการการกีฬา สภาผู้แทนราษฎร และคณะกรรมาธิการ เข้ารับฟัง พร้อมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ เพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนากีฬาเยาวชนของประเทศ

การประชุมครั้งนี้ มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมหารือ ประกอบด้วย การกีฬาแห่งประเทศไทย, กรมพลศึกษา, มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ, สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ โดยมีผู้บริหารเข้าร่วม ได้แก่ นายมงคล วิมลรัตน์ อธิบดีกรมพลศึกษา, นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ, ดร.ปภินวิชตฎ์ โพธิ์กาศ ผู้อำนวยการสำนักกีฬา ม.การกีฬาแห่งชาติ, นายนันทพล ทองนิลพันธ์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมพัฒนากีฬาอาชีพ และนายเอกพล พลนาวี เลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ
ที่ประชุมได้รับฟังแนวทางการบูรณาการความร่วมมือของ 5 หน่วยงานหลัก โดยกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ รับผิดชอบสนับสนุนงบประมาณ และผลักดันการนำวิทยาศาสตร์การกีฬา รวมถึงการตรวจพันธุกรรม (DNA) มาใช้พัฒนาศักยภาพนักกีฬา ขณะที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ รับผิดชอบจัดการแข่งขัน Prime Minister Youth League ตั้งแต่ระดับอำเภอ, จังหวัด, ภูมิภาค จนถึงระดับประเทศ พร้อมเชื่อมโยงฐานข้อมูลนักกีฬาและโครงการ FIFA Talent ID

ส่วน กรมพลศึกษา รับหน้าที่ขับเคลื่อนการแข่งขันระดับพื้นที่และจัดเก็บข้อมูลนักกีฬา ทางด้าน ม.การกีฬาแห่งชาติ สนับสนุนสนามแข่งขัน พร้อมพัฒนาผู้ฝึกสอนและผู้ตัดสิน ขณะที่ การกีฬาแห่งประเทศไทย มุ่งคัดเลือกและผลักดันนักกีฬาเข้าสู่ระบบสโมสรอาชีพและทีมชาติ เพื่อสร้างระบบพัฒนาฟุตบอลเยาวชนไทย อย่างครบวงจร
นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ โดยเฉพาะผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ที่เข้ามาขับเคลื่อนเรื่องการแข่งขัน Youth League ด้วยความเข้าใจในแนวคิดและเป้าหมายของโครงการอย่างแท้จริง อีกทั้งยังมีวิสัยทัศน์ในการพัฒนาฟุตบอลเยาวชน การให้ความสำคัญกับการวางรากฐานการพัฒนาฟุตบอลเยาวชนในครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ทำให้เห็นความหวังว่าเยาวชนไทยจะได้รับการพัฒนาอย่างเป็นระบบ และมีเส้นทางก้าวสู่ทีมชาติชุดใหญ่ในอนาคต ขอขอบคุณผู้แทนจากทุกหน่วยงานที่สละเวลาเข้าร่วมประชุม และร่วมกันบูรณาการการทำงาน เพื่อผลักดันการพัฒนาฟุตบอลเยาวชนของประเทศให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ กล่าวว่า บทบาทของกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ในโครงการ Prime Minister Youth League คือการเตรียมแหล่งงบประมาณเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งร่วมแก้ไขปัญหาที่เคยเกิดขึ้นจากการจัดการแข่งขันในอดีต โดยเฉพาะการเร่งรัดระบบการเบิกจ่ายงบประมาณให้มีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้สโมสรและทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันสามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ประสบปัญหาด้านสภาพคล่อง และสามารถวางแผนการพัฒนานักกีฬาได้อย่างเต็มที่
อนึ่ง รัฐบาล โดย นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี และนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาฟุตบอลเยาวชนอย่างจริงจัง และมอบหมายให้กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ เป็นหน่วยงานหลักในการจัดเตรียมงบประมาณ โดยจะบูรณาการการทำงานร่วมกับการกีฬาแห่งประเทศไทย, สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ, กรมพลศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันโครงการให้เกิดผลเป็นรูปธรรม พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน เพื่อนำไปปรับปรุงการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ยังสนับสนุนโครงการ Sport Science High Performance ซึ่งเป็นการนำวิทยาศาสตร์การกีฬาและเทคโนโลยีด้านพันธุกรรม มาใช้ยกระดับศักยภาพนักกีฬา โดยในปีแรกจะดำเนินการนำร่องกับนักกีฬา 300 คน จาก 9 ชนิดกีฬา ได้แก่ ฟุตบอล, ฟุตซอล, วอลเลย์บอล, บาสเกตบอล, แบดมินตัน, กรีฑา และกอล์ฟ ด้วยการเก็บข้อมูลพันธุกรรม (DNA) เพื่อนำมาวิเคราะห์และออกแบบโปรแกรมการฝึกซ้อม, โภชนาการ, การฟื้นฟูร่างกาย และการเตรียมความพร้อมด้านสภาพจิตใจให้เหมาะสมกับศักยภาพเฉพาะบุคคล
ข้อมูลดังกล่าวจะเป็นฐานสำคัญในการสร้างระบบฐานข้อมูลนักกีฬาของประเทศ ช่วยให้สามารถค้นหาและพัฒนานักกีฬาที่มีศักยภาพได้ตั้งแต่เยาว์วัย ลดระยะเวลาในการพัฒนา และเพิ่มโอกาสในการสร้างนักกีฬาระดับโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ คาดหวังว่าจะสามารถขยายโครงการให้ครอบคลุมนักกีฬาในชนิดกีฬาอื่น ๆ เพิ่มขึ้นในปีต่อไป หากผลการดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด



