จากกรณีเมื่อเวลา 04.00 น. วันที่ 6 ก.ค. 69 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ภายในซอยงามวงศ์วาน 15 ต.บางเขน อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี จึงพร้อมด้วยอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู และรถน้ำจากเทศบาลนครนนทบุรี เร่งระดมฉีดน้ำ ใช้เวลากว่า 1 ชม. จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ลักษณะครึ่งปูนครึ่งไม้ เพลิงได้โหมลุกไหม้อย่างรุนแรง จนตัวบ้านบริเวณชั้น 2 ได้รับความเสียหายทั้งหมด

หลังเพลิงสงบลง เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบบริเวณตัวบ้าน พบผู้เสียชีวิต 2 ราย ภายในห้องนอนชั้นที่ 2 ของตัวบ้าน ทราบชื่อต่อมาคือ 1.นางสมร (สงวนนามสกุล) อายุ 82 ปี มารดา อาชีพข้าราชการเกษียณ และ น.ส.ปรียารัตน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 41 ปี บุตรสาว นอกจากนี้ยังพบว่ามีสุนัขเสียชีวิตอีก 7 ตัว เบื้องต้นอยู่ระหว่างตรวจสอบสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้
เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 9 ก.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านจำนวนมากที่อาศัยอยู่ในซอยดังกล่าว ว่ามีสุนัขที่รอดตายจากเพลิงไหม้ในครั้งนี้เพียงตัวเดียว และหายไปในวันเกิดเหตุ กลับเข้ามาป้วนเปี้ยนอยู่หน้าบ้าน ตกกลางคืนก็จะเห่าหอนอย่างโหยหวน เพื่อเรียกหาเจ้าของ จนชาวบ้านสงสารเปิดประตูให้เข้าไปอยู่ในบ้านที่ถูกไฟไหม้จนเหลือแต่ซากปรักหักพัง โดยสุนัขตัวดังกล่าวไม่ยอมออกไปไหน วันๆ จะหลบอยู่แต่ในบ้าน หน้าห้องนอนของเจ้านายที่ถูกไฟคลอกเสียชีวิต 2 ราย พร้อมเพื่อนหมาสี่ขาอีก 7 ตัว สร้างความสลดหดหู่ใจให้กับผู้พบเห็นอย่างยิ่ง จนชาวบ้านพากันสงสาร นำข้าวนำน้ำมาให้สุนัขตัวดังกล่าวกินทุกวัน เพราะทุกคนรู้สึกสงสารและอึ้งในความซื่อสัตย์ของเจ้าสุนัขตัวนี้ที่มีกับเจ้าของ เป็นอย่างมาก

นายชยุต พงศ์กันหา อายุ 80 ปี เพื่อนบ้านซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามหลังเกิดเหตุ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า สุนัขตัวดังกล่าว ชื่อ “เจ้าโชค” อายุ 5 ปี เป็นสุนัขพันธุ์ไทยเพศผู้ คุณยายกับลูกสาวที่ถูกไฟคลอกเสียชีวิตเลี้ยงไว้ในบ้านทั้งหมด 8 ตัว วันเกิดเหตุทุกตัวถูกไฟคลอกเสียชีวิตหมด มีเพียงเจ้าโชคที่หายไป จนกระทั่งตอนกลางคืน ชาวบ้านต่างพากันตกใจและแปลกใจที่เจ้าโชคมายืนอยู่หน้าบ้านและเห่าหอนโหยหวนเรียกหาเจ้าของ จนชาวบ้านต้องมาเปิดประตูให้โชคเข้าไปหลบฝนอยู่ในบ้านที่เป็นซากปรักหักพัง
ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา เจ้าโชคก็ไม่เคยคิดที่จะออกมาจากบ้านอีกเลย ยังคงนั่งเฝ้าอยู่บริเวณหน้าห้องนอนของเจ้านาย จนชาวบ้านในซอย ต่างพากันสงสารซื้ออาหารเม็ดคลุกข้าว นำน้ำมาให้เจ้าโชคกินประทังชีวิตไปจนถึงทุกวันนี้

“เจ้าโชค เป็นสุนัขที่ฉลาดมาก ซื่อสัตย์รักเจ้าของ เคยวิ่งมาที่บ้านตนประจำ ตนก็ให้ข้าวกิน ตนอยากจะเอามาเลี้ยง แต่ทราบมาว่ามีการหาบ้านให้สุนัขได้แล้ว ก็อยากฝากถึงคนที่จะมารับไปให้ดูแลเขาให้ดี เขาเป็นหมาที่ซื่อสัตย์ เลี้ยงง่ายและไม่ดุ” นายชยุต กล่าว
น.ส.นิอร ประกอบพานิช อายุ 50 ปี เพื่อนบ้านใกล้เคียงอีกรายซึ่งในวันนี้นำอาหารเม็ดและขนมสุนัขมาฝากเจ้าโชค กล่าวว่า หลังเกิดเหตุ ก็ได้พยายามหาบ้านหลังใหม่ให้เจ้าโชค จนกระทั่งมีทีมงานของ “โกฮัง” ภาพยนตร์ชื่อดังหนังแนวสุนัข แจ้งความจำนงจะขอดูแลรักษาพาเจ้าโชค ไปหาหมอตรวจสุขภาพ หลังจากนั้นก็จะให้พักฟื้นและดูแลไว้ที่ The Voice ซึ่งเป็นรายการชื่อดังไปก่อน ช่วงระหว่างรอหาบ้าน เพื่อหาเจ้าของที่ใจดีให้กับเจ้าโชค

ขณะที่ผู้สื่อข่าวเองพบว่าในวันนี้เจ้าโชค ยังคงนั่งอยู่ภายในบริเวณบ้าน เพราะยังคงคิดว่า จะเจอเพื่อนหมาสี่ขา 7 ตัว รวมทั้งเจ้านายสุดที่รัก คือ คุณยายสมรและลูกสาว เมื่อผู้สื่อข่าวตะโกนเรียกให้ออกมากินข้าว ด้วยความแสนรู้ “เจ้าโชค” วิ่งเข้ามาหาอย่างไร้เดียงสา แต่ยังมีอาการตกใจและหวาดกลัวอยู่ตลอด ทั้งนี้ทางทีมงาน “โกฮัง” ได้แจ้งมายัง น.ส.นิอร ว่าในวันพรุ่งนี้ (10 ก.ค. 69) จะให้เจ้าหน้าที่อาสามาพาตัว “เจ้าโชค” ไปตรวจรักษาสุขภาพที่โรงพยาบาลสัตว์ศรีนครินทร์ หากมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง ก็จะหาบ้านให้กับเจ้าโชคต่อไป.



