สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 10 ก.ค. ว่า เมิร์ซกล่าวกับสมาชิกสภานิติบัญญัติของเยอรมนีว่า เขาบรรลุข้อตกลงกับรัฐบาลสหรัฐ นอกรอบการประชุมสุดยอดขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ที่กรุงอังการา ประเทศตุรกี พร้อมกับเสริมว่า การประชุมระหว่างวันที่ 7-8 ก.ค. เกินความคาดหมายของเขา

“เรากำลังปิดช่องว่างทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญในด้านการป้องกันประเทศของเรา และในขณะเดียวกัน เราก็กำลังทำงานเพื่อพัฒนาระบบของยุโรปเอง และประจำการในยุโรป” เมิร์ซ กล่าว

ด้านแหล่งข่าวหลายรายของรัฐบาลเยอรมนี ระบุว่า รัฐบาลวอชิงตันให้คำมั่นว่าจะอนุมัติในเดือน ส.ค. นี้ เพื่อให้เยอรมนีจัดซื้อขีปนาวุธโทมาฮอว์ก และเครื่องยิงขีปนาวุธภาคพื้นดิน “ไทฟอน” ที่เกี่ยวข้อง ตามที่ระบุในหนังสือแสดงเจตจำนง (แอลโอไอ) ซึ่งทั้งสองประเทศลงนามเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม จำนวนขีปนาวุธและเครื่องยิงขีปนาวุธที่เยอรมนีจะจัดซื้อ ยังไม่มีการเปิดเผยแต่อย่างใด เนื่องจากเป็นข้อมูลลับ

ทั้งนี้ แผนการจัดซื้อขีปนาวุธโทมาฮอว์กของเยอรมนี ดูเหมือนจะสอดคล้องกับการผลักดันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ที่ต้องการให้พันธมิตรในยุโรปเพิ่มการใช้จ่ายด้านความมั่นคงของตนเองผ่านวิธีต่าง ๆ เช่น การซื้ออาวุธจากสหรัฐ

ยิ่งไปกว่านั้น แผนการดังกล่าวยังมีจุดประสงค์เป็น “วิธีแก้ปัญหาชั่วคราว” ในการป้องปรามรัสเซียอย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะที่ประเทศต่าง ๆ ในยุโรป พัฒนาอาวุธประเภทเดียวกันของตนเอง.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS