เมื่อวันที่ 10 ก.ค. นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีฮั้ว สว. ว่า เราพบความเชื่อมโยงกรณีดังกล่าวกับข้อมูลใหม่ที่มีการเปลี่ยนตัวปลัดกระทรวงยุติธรรม เพราะอดีตปลัดกระทรวงฯ ไม่สามารถสนองความต้องการของฝ่ายการเมืองได้ ซึ่งทำให้ตนกังวลใจว่าอาจเกี่ยวข้องกับการทำหน้าที่ของดีเอสไอ ในคดีฮั้ว สว. ในวันที่ 12 ก.ค. นี้ วิปฝ่ายค้านจะจัดกิจกรรมที่รัฐสภา โดยเราจะเจาะลึกหลักฐานคดีฮั้วในการเลือก สว. โดยจะมีการอธิบายเพื่อให้คนที่มาร่วมงานเข้าใจในเรื่องโพย และก่อนจะเป็นโพยนั้น มีกระบวนการจัดตั้งอย่างไร มีเส้นทางการเงินอย่างไร มีบุคลากรจากพรรคการเมืองไหนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง
“และยังมีพยานบุคคลจากหลายจังหวัด เดินทางมาร่วมเล่าเหตุการณ์ในช่วงก่อนการเลือก สว. ด้วย นี่จะเป็นหลักฐานและมีน้ำหนักที่จะทำให้สังคมเห็นถึงความผิดปกติของเรื่องนี้ ขอให้สังคมช่วยกันจับตา ให้คดีนี้ถูกดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา” นายพริษฐ์ กล่าว
นายพริษฐ์ กล่าวว่า จากที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤติด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 วงเงิน 4 แสนล้านบาท เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญเขียนไว้ชัดอยู่แล้วว่าต้องเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญโดยเร็ว เข้าใจว่าวิปรัฐบาลอยู่ในขั้นตอนของการพยายามหารือ ว่าจะเปิดประชุมในวันไหน หวังว่ารัฐบาลจะเห็นตรงกับเราว่าเปิดการประชุมรัฐสภา สมัยวิสามัญ เพื่อพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงินฯ ฉบับนี้ และถ้าจะเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ ควรบรรจุวาระพิจารณาร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด เพราะในสัปดาห์นี้ ที่ประชุมวุฒิสภาได้พิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าว 4 วันต่อเนื่อง จนสามารถผ่านออกมาได้ในชั้นวุฒิสภา แต่มีการแก้ไขเนื้อหาค่อนข้างมาก
นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า ดังนั้น ถ้าเราสามารถนำเอาวาระดังกล่าวกลับมาพิจารณาในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรคู่ขนานหรือพ่วงกับเรื่อง พ.ร.ก.กู้เงินฯ หาก สส. เห็นว่าการแก้ไขของ สว. เป็นสิ่งที่เรายังไม่เห็นด้วย ก็จะได้สามารถตั้งคณะกรรมาธิการร่วมระหว่าง สส. กับ สว. ขึ้นมาทำหน้าที่ได้ในช่วงปิดสมัยประชุมรัฐสภา โดยไม่ต้องรอจนกว่าจะเปิดสมัยประชุมในช่วงปลายเดือน ส.ค. นี้.



