เมื่อวันที่ 10 ก.ค. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้ลงพื้นที่จังหวัดปทุมธานี เพื่อร่วมประชุมหารือ ยกระดับศักยภาพระบบคมนาคมขนส่งสาธารณะ พัฒนาคุณภาพชีวิต และรองรับการเดินทางของประชาชนให้มีความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยสูงสุด โดยได้โดยสารขบวนรถไฟชานเมืองสายสีแดง (รถไฟฟ้าสายสีแดง) จากสถานีบางเขน ไปยังสถานีรังสิต โดยทีมวิศวกรฝ่ายโครงการพิเศษและก่อสร้าง รฟท. ได้รายงานผลการดำเนินงานของรถไฟฟ้าสายสีแดง ซึ่งปัจจุบันได้รับความนิยมจากประชาชนอย่างมาก สามารถย่นระยะเวลาการเดินทางจากสถานีรังสิต ถึงสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ เหลือเพียง 23 นาที และส่วนต่อขยาย จากสถานีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต หากก่อสร้างแล้วเสร็จ จะใช้เวลาเพียงประมาณ 30 นาทีเท่านั้น ถือเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่ใช้บริการในระบบรถไฟชานเมือง ให้สามารถเชื่อมโยงการเดินทางระบบรถไฟ และโครงข่ายระบบขนส่งอื่นๆ อันเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสาธารณะให้ดีขึ้น นับเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาการขนส่งและจราจรอย่างยั่งยืน

นายสิริพงศ์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันสถานีรถไฟฟ้าสายสีแดง (สถานีรังสิต) สามารถรองรับปริมาณผู้โดยสารในชั่วโมงเร่งด่วน (Peak Hour) ช่วงเวลา 06.30-09.30 น. และ 16.30-19.30 น. ซึ่งให้บริการด้วยความถี่ 10 นาทีต่อขบวน ส่วนช่วงนอกเวลาเร่งด่วน (Off-Peak) จะให้บริการทุก 15 นาทีต่อขบวน นอกจากนี้ยังมีพื้นที่จอดรถรองรับได้ถึง 400 คัน จากการสำรวจพบว่า มีผู้ใช้บริการเต็มพื้นที่เกือบทุกวัน ขณะที่การให้บริการรถไฟทางไกล ขณะนี้มีรถไฟทั้งสายเหนือ และสายตะวันออกเฉียงเหนือ จอดให้บริการที่สถานีรังสิต รวมกว่า 60 ขบวนต่อวัน

นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า รฟท. ยังได้รายงานถึงความคืบหน้าโครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงเข้ม ช่วงรังสิต-มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต โดย รฟท. ลงนามสัญญาจ้าง บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างแล้ว เมื่อวันที่ 18 พ.ค. 2569 ด้วยงบประมาณค่าก่อสร้างรวม 6,057,000,000 บาท มีกำหนดเริ่มดำเนินการก่อสร้างอย่างเป็นทางการในวันที่ 23 ก.ค. 2569 ระยะเวลาก่อสร้าง 3 ปี คาดว่าจะพร้อมเปิดให้บริการแก่ประชาชนภายในปี 2572

อย่างไรก็ตาม รฟท. ได้กำหนดหลักการทำงานในโครงการฯ ดังกล่าว 3 ข้อหลัก ดังนี้ 1. ความปลอดภัยต้องมาเป็นอันดับแรก : กำหนดเขตพื้นที่ก่อสร้างอย่างชัดเจน ห้ามสัญจรในบริเวณพื้นที่โดยเด็ดขาด นำมาตรการควบคุมความปลอดภัยขั้นสูงสุดมาบังคับใช้ 2. ระหว่างการก่อสร้าง : ประชาชนสามารถใช้บริการรถไฟได้ และ 3. คืนสภาพพื้นที่ให้ดียิ่งกว่าเดิม : เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จ รฟท. ต้องดำเนินปรับปรุง และคืนสภาพภูมิทัศน์โดยรอบพื้นที่ให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย และสะดวกต่อการใช้งานของประชาชนมากกว่าเดิม

นายสิริพงศ์ กล่าวอีกว่า ได้สั่งการให้ รฟท. ควบคุมการก่อสร้างอย่างใกล้ชิด โดยให้ความสำคัญกับมาตรการความปลอดภัยเป็นอันดับแรก และให้นำบทเรียน หรือมาตรการจากโครงการก่อสร้างต่างๆ ที่ผ่านมา มาปรับปรุงมาตรฐานการก่อสร้างให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม อย่างไรก็ตาม รฟท. ดำเนินงานโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงได้ดีอยู่แล้ว แต่โจทย์สำคัญต่อจากนี้คือ ทำอย่างไรให้ประชาชนสามารถเข้าถึงระบบรางได้ง่าย และสะดวกขึ้น จึงมอบหมายให้ รฟท. วางแผนบูรณาการการทำงานร่วมกับกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ในการจัดระบบขนส่งสาธารณะ Feeder เพื่อเชื่อมต่อ และให้ผู้โดยสารสามารถเข้าสู่ระบบรถไฟฟ้าสายสีแดงอย่างเป็นระบบ มุ่งผลักดันให้ระบบรางเป็นแกนหลักการเดินทางที่มีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และช่วยลดปัญหาการจราจรติดขัดบนท้องถนนอย่างยั่งยืน



