เมื่อเวลา 08.45 น. วันที่ 11 ก.ค. ณ ห้องประชุมใหญ่ อาคาร 3 ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายประพันธ์ ตรีบุบผา รองผวจ.พระนครศรีอยุธยา เป็นประธานรัฐพิธีวันที่ระลึกคล้ายวันสวรรคต “สมเด็จพระนารายณ์มหาราช” ประจำปี พ.ศ. 2569 โดยมีข้าราชการ พลเรือน ตุลาการ ทหาร ตำรวจ ร่วมประกอบพิธีถวายราชสดุดีและวางพานพุ่มแสดงความจงรักภักดี พร้อมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและพระเกียรติคุณของพระองค์

โดยประธานประกอบพิธี จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย ถวายราชสักการะวางพวงมาลา จุดธูปเทียนที่เครื่องทองน้อย กล่าวคำถวายราชสดุดี เบื้องหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์สมเด็จพระนารายณ์มหาราช เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต ประจำปี 2569
ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ วันที่ 11 กรกฎาคม ของทุกปี เป็นวันสมเด็จพระนารายณ์มหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงได้กำหนดจัดงานรัฐพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะ เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติและรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนารายณ์มหาราชที่ทรงมีต่อแผ่นดินไทย สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ทรงเป็นพระมหากษัตริย์องค์ที่ 27 ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ทรงมีหลายพระนาม คือ สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 3 หรือ สมเด็จพระรามาธิบดีศรีสรรเพชรญ์ เป็นพระราชโอรสของ พระเจ้าปราสาททอง พระมหากษัตริย์ผู้ครองกรุงศรีอยุธยา กับพระราชธิดาของสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม เหตุที่มีพระนามว่า “นารายณ์” มีที่มาน่าสนใจคือ มีพระญาติวงศ์เหลือบเห็นพระโอรสมีสี่กร พระราชบิดาจึงโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามว่า “พระนารายณ์ราชกุมาร” ส่วนในคำให้การชาวกรุงเก่าและคำให้การขุนหลวงหาวัด เล่าว่า เมื่อเพลิงไหม้พระที่นั่งมังคลาภิเษก พระโอรสเสด็จไปช่วยดับเพลิง ผู้คนเห็นเป็นสี่กร จึงพากันขนานพระนามว่า “พระนารายณ์“ พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่พระองค์หนึ่งในประวัติศาสตร์ไทย ทรงมีพระราชกรณียกิจที่สำคัญตลอดรัชกาลของพระองค์ ทั้งด้านการทหาร วรรณคดี และการทูต






