การค้นพบสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ในประเทศไทยมีรายงานต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ล่าสุดนักพฤกษศาสตร์ไทยร่วมกับนักวิจัยจากประเทศไอร์แลนด์ วิเคราะห์ลักษณะทางสัณฐานวิทยาร่วมกับเอกลักษณ์พันธุศาสตร์ระดับเซลล์ นำไปสู่การค้นพบครั้งสำคัญ พบ “บัวบา 5 ชนิดใหม่” ซึ่งไม่เคยมีรายงานมาก่อนในโลก

การพบ “บัวบาชนิดใหม่ของโลก” ครั้งนี้ ตามรายงานบ่งชี้ถึงความร่ำรวยทรัพยากรพืชของไทยและความสำคัญของงานวิจัยวิทยาศาสตร์พื้นฐาน สะท้อนพื้นที่ชุ่มน้ำของไทยเป็นขุมทรัพย์ทางชีวภาพที่คงซ่อนสิ่งมีชีวิตที่โลกไม่รู้จักไว้อีกมาก และอีกด้านหนึ่ง “บ้านของบัวบา” กำลังเปลี่ยนแปลง การอนุรักษ์อย่างเข้าใจ เห็นคุณค่าอย่างแท้จริงจึงมีความสำคัญ
บัวบาชนิดใหม่ของโลกที่ค้นพบล่าสุด นำทีมโดย รศ.ดร. เฉลิมพล สุวรรณภักดี ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสาร Aquatic Botany ฉบับปี 2026 อีกทั้งการค้นพบครั้งนี้เป็นการบูรณาการวิจัยร่วมระหว่างหน่วยงาน โดย ดร. ณัฐพล นพพรเจริญกุล นักวิจัย จากองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช) และ Prof. Dr. Trevor R. Hodkinson จากทรินิตี้คอลเลจ มหาวิทยาลัยแห่งกรุงดับลิน ประเทศไอร์แลนด์ร่วมรายงาน เป็นการบูรณาการวิจัยร่วมทางด้านอนุกรมวิธานพืช สัณฐานวิทยาและเซลล์วิทยา

ทั้งนี้นำเรื่องน่ารู้ ชวนรู้จักกับ “บัวบา” ชวนค้นความงาม ความลับพืชน้ำดังกล่าว ทั้งชวนสำรวจธรรมชาติรอบตัวที่มีความหลาหลาย ดูแลรักษาความสมบูรณ์ โดย ดร.ณัฐพล นพพรเจริญกุล นักวิชาการกองนิเวศวิทยา สำนักวิชาการพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) นักวิจัยร่วมรายงานการค้นพบบัวบาชนิดใหม่ของโลก 5 ชนิด ให้ความรู้ประเด็นนี้ว่า การค้นพบทำให้เกิดองค์ความรู้ ตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งมีชีวิตที่อยู่ร่วมกันบนโลก เกิดการพัฒนาต่อยอด ส่งต่อการเรียนรู้ต่อไปในหลายมิติ
“บัวบา พืชน้ำชนิดนี้แม้มีคำว่า “บัว” นำหน้า แต่ก็ไม่เกี่ยวข้องกับบัว ที่มีคำว่าบัวเพราะ “ใบลอยน้ำ” มีความคล้ายกับใบของบัวสาย หากมองเผินๆ จะเหมือนใบบัวจึงเติมคำว่าบัวไว้ข้างหน้า แต่บางคนก็เรียก “บา” อย่างเดียวก็มี” ในทางพฤษศาสตร์อย่างเช่น ก้านใบ บัวบาจะเป็นกิ่งสามารถแตกใบได้หลายใบบนกิ่ง ซึ่งต่างจากบัวที่คุ้นเคย หรือ ดอก หากเป็นดอกบัว สามารถพับกลีบได้และมีหลายกลีบ แต่บัวบา มี 3-5 กลีบลักษณะเป็นคลื่น ริ้ว ขนาดดอกเล็ก เป็นต้น

“สมัยก่อนพบบัวบาได้ตามทุ่งนา บางชนิดชาวบ้านนำไปประกอบอาหาร อย่างเช่น ชนิดใหม่ที่ค้นพบ “สายติ้ง” หรือสายติ่ง พบในแหล่งน้ำจืดตื้นๆ บริเวณจังหวัดชุมพร และสุราษฎร์ธานี พืชชนิดนี้มีการใช้ประโยชน์เป็นผักพื้นบ้าน โดยกินสดกับน้ำพริก ฯลฯ ถูกจัดสถานะใกล้สูญพันธุ์ เนื่องจากการสูญเสียแหล่งที่อยู่ และการรุกรานของน้ำเค็ม อีกทั้งติดผลและเมล็ดได้น้อย
หรือทางภาคอีสาน บัวบาดอกสีเหลือง ที่ขึ้นอยู่ในแปลงนาโดยปัจจุบันหายากมากขึ้น หรือบัวบาที่พบที่สุพรรณบุรีก็ใช้ประโยชน์เป็นอาหาร นำมาหมักให้มีรสเปรี้ยว นำมาทำเป็นผักดอง ฯลฯ ใช้ประโยชน์ในมิติอาหารเป็นผักพื้นบ้านนำไปแปรรูป”

อีกประโยชน์หนึ่งที่โดดเด่นของบัวบาคือ ความสวยงาม โดยดร.ณัฐพลอธิบายว่า บัวบาสามารถปลูกเลี้ยงในตู้ไม้น้ำ ปลูกกับบัว หรือปลูกในกระถางหรือปลูกใส่ถ้วยเล็กๆก็สวยงาม หากอยู่ในธรรมชาติและขึ้นอยู่ในบริเวณกว้างยิ่งน่าตื่นตาตื่นใจ และบัวบาแม้จะมีขนาดเล็ก แต่บางชนิดนั้นมีกลิ่นหอม มีกลิ่นคล้ายน้ำผึ้งก็เป็นที่น่าสนใจ

“ในช่วงบัวบาออกดอกจะมีแมลงมาข้องเกี่ยวค่อนข้างมาก อย่างเช่น ผึ้ง จะเข้าไปคลุกตัวในดอกบัวบา ผีเสื้อ ก็เช่นกัน เข้าไปนำน้ำหวานออกมาใช้ประโยชน์ ขณะที่ใบของบัวบาเป็นอาหารและที่อยู่ให้กับแมลง หนอนในธรรมชาติ รวมถึง ปลาบางชนิด กินใบบัวบาเป็นอาหาร”
ส่วน บทบาทชี้วัดความสมบูรณ์ของธรรมชาติ จริงๆแล้วพืชน้ำทุกชนิดช่วยชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติอยู่แล้ว แต่พืชน้ำนั้นจะมีความเปราะบางกว่าไม้บนบกหากพืชน้ำเผชิญกับสารเคมี อย่างไร่นาใช้ยาฆ่าหอย ไม้น้ำก็อยู่รอดยาก บัวบานที่พบในธรรมชาติก็เช่นเดียวกัน สามารถวัดคุณภาพน้ำและอาจสะท้อนได้ถึงพื้นที่รอบข้างได้ เป็นต้น
สำหรับความสนใจศึกษาวิจัยบัวบา จากที่กล่าวบัวบามี ความสวยงาม ไม่ว่าจะเป็นกลีบดอก หรือสีของบัวบา โดยที่พบมี สีขาว และสีเหลือง โดยเฉพาะสีขาว จะพบได้มากกว่า และจากการลงพื้นที่ทำให้พบความน่าสนใจหลายมิติจากพืชน้ำชนิดนี้ อีกทั้งประเทศไทยยังศึกษาวิจัยพืชกลุ่มนี้น้อย

นักวิชาการกองนิเวศวิทยา ดร.ณัฐพล เล่าเพิ่มอีกว่า ในปี 2019 ขณะที่กำลังศึกษาปริญญาเอก ช่วงนั้นได้ไปเดินเล่นดูต้นไม้ที่สวนจตุจักรและก็ได้พบกับบัวบา โดยบัวบาต้นนั้นมีขนาดเล็กมาก เล็กกว่านิ้วชี้ของตนเอง ทั้งเป็นชนิดที่ไม่คุ้นตา ไม่เคยเห็นมาก่อน จากจุดนั้นเป็นจุดเริ่มต้น ทำให้อยากศึกษา อยากรู้จักกับบัวบาเพิ่มมากขึ้นจึงศึกษาต่อเนื่องมา
“บาจิ๋ว” เป็นหนึ่งใน 5 ชนิดที่พบ เป็นบัวบาที่มีขนาดเล็กที่สุดของโลก พบในแหล่งน้ำจืดตื้นๆและในนาข้าว บริเวณ จ. ปราจีนบุรี ตั้งชื่อตามลักษณะดอกที่มีขนาดเล็กที่สุดของโลก พืชชนิดนี้มีศักยภาพในการนำไปใช้เป็นไม้ประดับสวนขวด สวนกระจก และตู้ไม้น้ำ มีทั้งที่มีฟอร์มน้ำและฟอร์มบก ถูกจัดสถานะใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง เนื่องจากการสูญเสียแหล่งที่อยู่ และการใช้สารกำจัดวัชพืช

สำหรับการตั้งชื่อไทยบัวบา 5 ชนิดใหม่ของโลกที่พบ ไม่ว่าจะเป็น สายติ้งหรือสายติ่ง,บัวบาหัวลูกศร,บาจิ๋ว,บาสยาม หรือดาวรดา ดร.ณัฐพลเล่าอีกว่า การตั้งชื่อจะสอดคล้องกับชื่อวิทยาศาสตร์ เช่น Nymphoides thailandica Suwanph. มีชื่อไทยว่า บาสยาม หรือ Nymphoides miniata Noppornch. & Suwanphชื่อไทย “บาจิ๋ว” เป็นต้น
บัวบาแต่ละชนิดมีความงาม มีรายละเอียดน่าสนใจแตกต่างกัน อย่างเช่น บาสยาม ซึ่งมีความคล้ายกับ บาจิ๋ว มีสีขาวเหมือนกัน แต่จะต่างกันที่ ลักษณะใบ บาสยามใบจะสามเหลี่ยมมากกว่า ขนละเอียดกว่า การค้นพบชนิดใหม่ นอกจากเพิ่มองค์ความรู้ยังสร้างเครือข่ายการศึกษาพืชกลุ่มบัวบา เกิดการอนุรักษ์ดูแลพื้นที่ จากที่กล่าวแต่เดิมพบเห็นบัวบาขึ้นอยู่ตามท้องนา แต่เมื่อการใช้พื้นที่เปลี่ยนไป อาจเป็นเหตุให้ประชากรบัวบาลดลง หรืออาจหายไปจากพื้นที่เดิม

และด้วยความสวยงามของดอกและใบ บางชนิดที่มีขนาดเล็กสามารถนำมาต่อยอด นำมาปลูกในตู้ไม้น้ำ นำมาปลูกในถ้วยแก้วเพิ่มศักยภาพการเป็นไม้ประดับจิ๋ว เพิ่มมูลค่า แต่อย่างไรก็ตาม บัวบาชนิดใหม่ของโลกถูกจัดสถานะใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง
การใช้พื้นที่อย่างเหมาะสม นอกจากช่วยรักษาปกป้องบัวบา ยังช่วยรักษาพืชพันธุ์ชนิดอื่นๆ รวมถึงสัตว์ต่างๆที่อยู่ร่วมกันในพื้นที่คงอยู่ เกิดเป็นระบบนิเวศที่สมบูรณ์ สมดุลยั่งยืน
พงษ์พรรณ บุญเลิศ



