เมื่อวันที่ 13 ก.ค.นายอนิก พลทัตพชระ โฆษกสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย เชิญชวนเยาวชนทั่วประเทศร่วมสมัคร “โครงการเทศกาลประกวดภาพยนตร์สั้นแนวตั้ง THAI-TICAL STORY (ไทย-ติคัล สตอรี่)” เวทีสร้างสรรค์ที่เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ถ่ายทอดเรื่องราวประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และความเป็นไทย ผ่านภาพยนตร์สั้นแนวตั้ง พร้อมชิงทุนสนับสนุนและเงินรางวัลรวมกว่า 530,000 บาท

นายอนิก กล่าวต่อไปว่า ในในฐานะที่ตนเป็นหัวหน้าโครงการในโครงการเทศกาลประกวดภาพยนตร์สั้นแนวตั้ง THAI-TICAL STORY (ไทย-ติคัล สตอรี่) เชิญชวนเด็กและเยาวชนทั่วประเทศร่วมสมัครเข้าร่วมโครงการ เวทีแห่งการสร้างสรรค์ที่จะเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้ถ่ายทอดเรื่องราวประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ความเป็นไทย ผ่านการเล่าเรื่องในรูปแบบภาพยนตร์สั้นแนวตั้ง (9:16) พร้อมเรียนรู้กระบวนการผลิตภาพยนตร์จากผู้เชี่ยวชาญและผู้กำกับระดับแนวหน้าของประเทศไทย

นายอนิก กล่าวว่า โครงการ THAI-TICAL STORY จัดขึ้นเพื่อเปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้ถ่ายทอดเรื่องราวประวัติศาสตร์ สังคม และวัฒนธรรมไทย ผ่านมุมมอง ความคิดสร้างสรรค์ และรูปแบบการเล่าเรื่องที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง โดยเชื่อมั่นว่าคนรุ่นใหม่มีศักยภาพในการสร้างสรรค์ผลงานที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจ สะท้อนคุณค่าความเป็นไทย และเชื่อมโยงเรื่องราวในอดีตสู่ผู้ชมในปัจจุบันได้อย่างทรงพลัง

ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้เข้าร่วมกิจกรรม Film Workshop, Script Writing, Filming, Editing และ Screening & Awards พร้อมลงมือผลิตผลงานจริง ได้รับเกียรติบัตร และมีโอกาสเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณะ โดยโครงการจะคัดเลือก 20 ทีม เพื่อรับทุนสนับสนุนการผลิตทีมละ 10,000 บาท และชิงทุนสนับสนุนพร้อมเงินรางวัลรวมกว่า 530,000 บาท

โครงการเปิดรับสมัคร ตั้งแต่วันนี้ – 31 กรกฎาคม 2569 สำหรับเยาวชนอายุ 13–25 ปี สมัครเป็นทีม ทีมละ 3–5 คน ครอบคลุมทั้งระดับมัธยมศึกษาตอนต้น–ตอนปลาย ปวช. ปวส. และอุดมศึกษา ก่อนประกาศผลผู้ผ่านการคัดเลือกรอบแรกในวันที่ 5 สิงหาคม 2569 และเข้าสู่กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ รวมถึงการพัฒนาผลงานตลอดโครงการ

“ผมขอเชิญชวนเยาวชน นักเรียน นักศึกษา และผู้ที่มีใจรักการเล่าเรื่องผ่านภาพยนตร์จากทั่วประเทศ มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ THAI-TICAL STORY ไม่ว่าคุณจะเคยมีประสบการณ์หรือเพิ่งเริ่มต้น หากมีไอเดียและความตั้งใจ นี่คือเวทีที่จะเปิดโอกาสให้คุณได้เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญ ลงมือสร้างผลงานจริง และร่วมถ่ายทอดเรื่องราวของประเทศไทยในมุมมองของคนรุ่นใหม่ เพราะทุกเรื่องราวของท้องถิ่นสามารถกลายเป็นภาพยนตร์ที่สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนได้” นายอนิก กล่าว