สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 13 ก.ค. ว่านายพัค ฮง-กึน รมว.งบประมาณเกาหลีใต้ กล่าวในการประชุมยุทธศาสตร์การคลังแห่งชาติว่า แผนการใช้จ่ายนี้จะได้รับการสนับสนุนทางการเงิน จากรายได้ภาษีที่สูงขึ้น และการลดรายจ่าย ขณะที่ในปีนี้ ตัวเลขอยู่ที่ประมาณ 727.9 ล้านล้านวอน (ราว 16.1 ล้านล้านบาท) โดยไม่รวมงบประมาณเพิ่มเติม

รัฐบาลกล่าวว่า โครงการขนาดใหญ่ 3 โครงการ ได้แก่ การลงทุนในชิป ศูนย์ข้อมูลเอไอ และเอไอทางกายภาพ จะได้รับความสำคัญสูงสุดทางการคลัง พร้อมเสริมว่า รัฐบาลจะจัดหาเงินทุนผ่านการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ ของโครงการใช้จ่ายที่มีอยู่ แทนที่จะพึ่งพาแค่รายได้ภาษีที่เพิ่มขึ้น

ประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ผู้นำเกาหลีใต้ กล่าวว่า รัฐบาลจะใช้ทุกวิถีทางที่มีอยู่เพื่อให้แน่ใจว่า การลงทุนของภาคเอกชนจะดำเนินไปตามกำหนดเวลา พร้อมเสริมว่า รายได้ภาษีเพิ่มเติมที่เข้ามาในเวลานี้ เป็นทรัพยากรที่มีค่าอย่างยิ่ง ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาสำคัญในการตัดสินว่า ใครจะเป็นผู้นำด้านเอไอในระดับโลก

ด้านปาร์คกล่าวว่า รัฐบาลจะพยายามปรับโครงสร้างการใช้จ่าย ประมาณ 50 ล้านล้านวอน (ราว 1.1 ล้านล้านบาท) ซึ่งเป็น 2 เท่าของปีที่แล้ว ผ่านการทบทวนรายจ่ายตามดุลพินิจและรายจ่ายภาคบังคับ และการตัดงบประมาณในโครงการที่ทำงานได้ไม่ดี

อนึ่ง รัฐบาลโซลมีแผนจะเปิดตัวกองทุนตอบสนองต่ออนาคต (Future Response Fund) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการลงทุนเชิงกลยุทธ์ โดยกันรายได้ภาษีส่วนเกินจากแนวโน้มระยะยาว และนำไปลงทุนใน 4 ด้าน ได้แก่ เยาวชน กลไกขับเคลื่อนการเติบโต ภูมิภาค และบุคลากรที่มีความสามารถ.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS