เมื่อวันที่ 13 ก.ค. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคม จัดประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ MOT New Chapter ทันสมัย ใส่ใจประชาชน พร้อมขยายผลด้านเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน ปี 2569 และปี 2570” เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาระบบคมนาคมของประเทศไทย 5 มิติ ได้แก่ ทางถนน, บก, ราง น้ำ และอากาศ ในระยะต่อไป โดยจะเร่งผลักดันโครงการสำคัญให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว พร้อมกำหนดกรอบการทำงาน 4 ด้าน ได้แก่ ลดค่าครองชีพประชาชน กระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมพลังงานสะอาด และวางรากฐานด้านคมนาคมสำหรับอนาคต เพื่อให้ทุกหน่วยงานขับเคลื่อนงานไปในทิศทางเดียวกัน และสามารถผลักดันโครงการต่างๆ ให้บรรลุผลตามเป้าหมาย

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า กระทรวงคมนาคมได้กำหนดแผนขับเคลื่อนโครงการสำคัญในปี 2570 ซึ่งเป็นโครงการต่อเนื่อง และโครงการใหม่ รวม 262 โครงการ วงเงินลงทุน 229,769 ล้านบาท พร้อมวางทิศทางการพัฒนาต่อเนื่องในช่วงปี 2571–2573 อีก 51 โครงการ วงเงิน 593,409 ล้านบาท สำหรับโครงการที่จะเกิดขึ้นในปี 2569 ประกอบด้วย 1.เปิดบริการฟรีทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง(มอเตอร์เวย์) หมายเลข 6 (M6) สายบางปะอิน-นครราชสีมา ระยะทาง 196 กิโลเมตร(กม.) ทั้ง 2 ทิศทาง ปลายปี 2569 จนถึงเดือน เม.ย.2570, 2.เปิดบริการฟรีมอเตอร์เวย์ M82 สายทางยกระดับบางขุนเทียน – บ้านแพ้ว ระยะทาง 24.7 กม. ปลายเดือน ส.ค.2569 โดยให้ใช้ฟรีไปอีกประมาณ 2 ปี หรือประมาณปลายปี 2571,

3.เปิดบริการทางพิเศษ(ด่วน) สายพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก ระยะทาง 18.70 กม. โดยปลายปี 2569 จะเปิดให้บริการในส่วนที่อยู่บนถนนพระราม 2 ก่อน ช่วงแยกต่างระดับบางขุนเทียน-รพ.บางปะกอก จากนั้นในต้นปี 2570 ไม่เกินไตรมาสที่ 2 ปีงบประมาณ 2570 (ม.ค.-มี.ค.2570) จะเปิดบริการในส่วนของสัญญาที่ 3 จาก รพ.บางปะกอก 9-ด่านดาวคะนอง ซึ่งเป็นช่วงที่เกิดอุบัติเหตุก่อนหน้านี้ และ 4.ใช้มาตรการค่าโดยสารรถไฟฟ้า 17-45 บาทตลอดสาย กับรถไฟฟ้าทั้ง 8 สาย ได้แก่ สีเขียว, สีน้ำเงิน, สีชมพู, สีเหลือง, สีทอง, สีม่วง, สีแดง และแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2570 รวมทั้งยังใช้มาตรการรถไฟฟ้า 40 บาทตลอดสาย สำหรับสายสีแดง และสายสีม่วง เช่นเดิม เป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน

นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้กระทรวงคมนาคม ได้หารือเบื้องต้นกับกระทรวงการคลังแล้ว โดยมอบหมายให้ธนาคารกรุงไทยเป็นผู้พัฒนาระบบหลังบ้าน เนื่องจากมีความพร้อมในการรองรับระบบชำระเงินแบบ EMV ซึ่งปัจจุบันหลายสายสามารถใช้งานได้แล้ว เหลือเพียงสายสีเขียว และสายสีทอง ที่ต้องเปลี่ยนระบบไปสู่ EMV รวมทั้งการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศ(รฟม.) จะต้องไปเจรจากับเอกชนเพิ่มเติมในการแบ่งผลประโยชน์ให้กับกระทรวงคมนาคม กรณีที่ปริมาณผู้โดยสารเพิ่มขึ้นจากการใช้มาตรการฯ ด้วย ขณะที่วงเงินชดเชย และแหล่งเงินที่จะนำมาใช้ชดเชยนั้น กรมการขนส่งทางราง(ขร.) อยู่ระหว่างพิจารณา อย่างไรก็ตามกระทรวงคมนาคม ยังมีแผนขยายระบบตั๋วร่วมไปยังรถโดยสารประจำทาง(รถเมล์) และเรือโดยสารด้วย โดยตั้งเป้าหมายจะเริ่มกลางปี 2570 ส่วนราคาค่าโดยสารร่วมทั้งรถไฟฟ้า รถเมล์ และเรือโดยสาร จะเป็นเท่าใดนั้น อยู่ระหว่างพิจารณา

นายพิพัฒน์ กล่าวด้วยว่า ส่วนโครงการขนาดใหญ่ที่กระทรวงคมนาคม จะเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) พิจารณาภายในปี 2569 หรือไม่เกินไตรมาสที่ 2 ปี 2570 วงเงินรวมกว่า 5.4 แสนล้านบาท ประกอบด้วย 1.โครงการมอเตอร์เวย์หมายเลข 8  (M8) ระยะ(เฟส) ที่ 1 สายนครปฐม – ชะอำ ช่วงนครปฐม – ตลาดจินดา – ปากท่อ ระยะทาง 61 กม. วงเงิน 6.1 หมื่นล้านบาท, 2.โครงการพัฒนาโครงข่ายบางปะอินเชื่อม M6 และ M9 วงเงินประมาณ 7.9 พันล้านบาท, 3.โครงการถนนวงแหวนรอบเมืองหาดใหญ่ด้านตะวันออก ช่วง ทล.4 – ทล.43 ระยะทาง 24.15 กม. วงเงิน 1.7 หมื่นล้านบาท, 4.โครงการถนนวงแหวนกรุงเทพมหานคร รอบที่ 3 ด้านตะวันออก (ทล.305 – ทล.304) ระยะทาง 31 กม. วงเงิน 3.8 หมื่นล้านบาท, 5.โครงการทางด่วนจังหวัดภูเก็ต เฟสที่ 1 ช่วงกะทู้-ป่าตอง ระยะทาง 3.98 กม. วงเงิน 1.6 หมื่นล้านบาท,

6. โครงการทางด่วนสายฉลองรัช – วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ด้านตะวันออก (N2 เดิม) ระยะทาง 6.67 กม. วงเงิน 1.4 หมื่นล้านบาท, 7.โครงการทางด่วนยกระดับชั้นที่ 2 (งามวงศ์วาน – พระราม 9) ระยะทาง 17 กม. วงเงิน 3.4 หมื่นล้านบาท, 8.โครงการทางด่วน สายศรีนครินทร์ – ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระยะทาง 15.8 กม. วงเงิน 2 หมื่นล้านบาท, 9.โครงการทางด่วนจังหวัดภูเก็ต เฟสที่ 2 ช่วงเมืองใหม่ – เกาะแก้ว – กะทู้ ระยะทาง 30.62 กม. วงเงิน 4.6 หมื่นล้านบาท, 10.โครงการรถไฟทางคู่ เฟสที่ 2 ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี ระยะทาง 168 กม. วงเงิน 30,422 ล้านบาท, 11.โครงการรถไฟทางคู่ เฟสที่ 2 ช่วงสุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่-สงขลา ระยะทาง 321 กม. วงเงิน 66,270 ล้านบาท, 12.โครงการรถไฟทางคู่ เฟสที่ 2 ช่วงชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ ระยะทาง 45 กม. วงเงิน 7,772 ล้านบาท,

13.โครงการพัฒนาท่าเรือสำราญขนาดใหญ่ (Cruise Terminal) อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี วงเงินประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท, 14.โครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันออก (East Expansion) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ(ทสภ.) วงเงิน 1.3 หมื่นล้านบาท, 15.โครงการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง(ทดม.) เฟสที่ 3 วงเงิน 6.9 หมื่นล้านบาท, 16.โครงการพัฒนาท่าอากาศยานเชียงใหม่(ทชม.) เฟสที่ 1 วงเงิน 3.6 หมื่นล้านบาท, 17.โครงการพัฒนาท่าอากาศยานภูเก็ต(ทภก.) เฟสที่ 2 วงเงิน 1.6 หมื่นล้านบาท, 18. แผนแม่บทการพัฒนา ทสภ. (ฉบับปี 2568) วงเงิน 179 ล้านบาท และ 19.โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล ช่วงแคราย – ลำสาลี (บึงกุ่ม) ระยะทาง 22.10 กม. วงเงินกว่า 4 หมื่นล้านบาท