สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 13 ก.ค. ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวในช่วงหนึ่งของการให้สัมภาษณ์ในรายการ “ฟ็อกซ์ แอนด์ เฟรนด์ส” ทางฟ็อกซ์นิวส์ ว่าสหรัฐจะเข้ามารักษาความปลอดภัยในช่องแคบฮอร์มุซ และอาจเข้ามาบริหารการดูแลเส้นทางเดินเรือแห่งนี้
ทั้งนี้ ทรัมป์เปรียบเปรยว่า สหรัฐจะเป็น “ผู้พิทักษ์ช่องแคบ” หรือผู้คุ้มครอง และควรได้รับค่าชดเชยสำหรับการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว เนื่องจากประเทศอื่นซึ่งได้รับประโยชน์จากการใช้เส้นทางเดินเรือแห่งนี้ ล้วนเป็นประเทศที่มีฐานะมั่งคั่ง และไม่ควรคาดหวังให้สหรัฐรับภาระดังกล่าวโดยไม่ได้รับสิ่งใตอบแทน
ทรัมป์กล่าวอีกว่า สหรัฐและอิหร่านเคยบรรลุข้อตกลงร่วมกันแล้ว แต่อิหร่านเป็นผู้ละเมิดข้อตกลง พร้อมกล่าวว่า สหรัฐทำข้อตกลงกับอิหร่านมาแล้วถึง 10 ครั้ง และทุกครั้งอิหร่านล้วนผิดข้อตกลง ดังนั้น สหรัฐจะตอบโต้ด้วยมาตรการทางทหารที่รุนแรง
Trump on the Strait of Hormuz: “We are going to keep the strait. We will probably run it. We will become the guardian of the strait, and this time we will be reimbursed. We protected it for 50 years without getting paid, now we’re going to make money.” pic.twitter.com/y3L7cHpHjE
— Open Source Intel (@Osint613) July 13, 2026
ด้านกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม ( ไออาร์จีซี ) ของอิหร่าน ออกแถลงการณ์ว่า วิธีเดียวที่จะทำให้การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเป็นปกติ คือการที่สหรัฐยุติการแทรกแซงทางทหารในพื้นที่ พร้อมเตือนว่า หากสหรัฐหากสหรัฐยังคงแทรกแซงทางทหารในพื้นที่ อาจนำไปสู่เหตุการณ์ที่รุนแรงยิ่งขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อภาคน้ำมันและก๊าซของโลก
ตั้งแต่ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สหรัฐและอิหร่านยังคงโจมตีกันด้วยขีปนาวุธและโดรนอย่างต่อเนื่อง การปะทะระลอกล่าสุดสะท้อนถึงการยกระดับความรุนแรง ทั้งในด้านความถี่และพื้นที่ของการโจมตี อีกทั้งยังเพิ่มความไม่แน่นอน ต่ออนาคตของข้อตกลงชั่วคราวระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน ซึ่งทั้งสองฝ่ายลงนามร่วมกันเมื่อวันที่ 17 มิ.ย. ที่ผ่านมา เพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ระงับการสู้รบ และเปิดทางสู่การเจรจาเพิ่มเติมเป็นเวลา 60 วัน.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



