“อัครนันท์” รมช.ศึกษาธิการ ขออภัยสังคมปมครูล่วงละเมิดเด็ก ยอมรับอดีตโรงเรียนชอบปิดข่าวเคลียร์กันเองเพื่อรักษา KPI ลั่นจากนี้ไม่มีละเว้น สั่งจับมือคุรุสภายึดใบอนุญาตถาวร พร้อมเปิดตัว “ศูนย์พิทักษ์สิทธิ์” และดึง “ทราฟฟี่ฟองดูว์” รับเรื่องร้องเรียนแบบปิดชื่อ มั่นใจโปร่งใสและปลอดภัยขึ้นแน่นอน
เมื่อวันที่ 14 ก.ค.นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศึกษาธิการ กล่าวถึงปัญหาการล่วงละเมิดหว่างครูและนักนักเรียนที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ ว่า มีทั้งคนดีและคนไม่ดี ซึ่งช่วงนี้อาจจะมีจำนวนมาก โดยในทุกกรณีก็มีการตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง รวมถึงการพักใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ซึ่งเมื่อวานนี้ได้มีโอกาสพูดคุยกับเลขาธิการคุรุสภา เพื่อดำเนินการยึดใบอนุญาตถาวรในกรณีที่ไม่มีรายละเอียดมากแต่เป็นประเด็นในสังคม
ต่อข้อถามว่าหลายคนมองว่าขณะนี้โรงเรียนไม่ใช่ที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก นายอัครนันท์ กล่าวว่า ในยุคปัจจุบันโซเชียลมีความใกล้ชิดกับคนมากขึ้น ขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการมีศูนย์พิทักษ์สิทธิ์และเสรีภาพ ที่จะมีการเปิดตัวในเดือนกันยายนนี้ก่อนลงพื้นที่สร้างความเข้าใจถึงบทบาทหน้าของศูนย์ ซึ่งก็เชื่อได้ว่าน่าจะมีการส่งเรื่องร้องเรียนมาจำนวนมากขึ้น และทางกระทรวงก็จะเร่งดำเนินการแก้ พร้อมกับยังระบุอีกว่า หากศูนย์นี้เดินหน้าก็จะเกิดความโปร่งใสในการตรวจสอบและแก้ปัญหา ดังนั้นวันนี้ในหลายๆกรณีมีความพยายามติดต่อ ผ่านอินฟูลเอนเซอร์ หรือบุคคลที่มีชื่อเสียง แต่ยืนยันว่าปัจจุบันยังไม่มีการร้องผ่านกระบวนการของกระทรวงศึกษาธิการ
เมื่อถามว่าปัจจุบันผู้เสียหายหันไปพึ่งหน่วยอื่นที่ไม่ใช่ภาครัฐ นายอัครนันท์ กล่าวว่า ตนเข้าใจต้องยอมรับว่าในอดีตเมื่อเกิดปัญหาในโรงเรียน ผู้อำนวยการไม่อยากเปิดเผยและพยายามจัดการปัญหากันภายใน ซึ่งตนมองว่าไม่เกิดการแก้ไขปัญหา และมองว่าการพูดคุยเพื่อแก้ปัญหาเพื่อหาทางออกเป็นเรื่องที่ดี พร้อมยังว่าทางกระทรวงศึกษาธิการพยายามที่จะแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้และไม่ใช่เรื่องที่น่าอาย แต่จะต้องทำอย่างไรให้การบังคับใช้กฎหมาย และใช้บังคับการเข้มข้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน
ส่วนจะมีการปกป้องผู้เสียหายอย่างไรที่แจ้งเบาะแสเข้ามา นายอัครนันท์ กล่าวว่า เราใช้แอพพลิเคชั่น ทราฟฟี่ฟองดู ซึ่งเมื่อก่อนการแจ้งเนื้อหาบ้างเรื่องก็ไม่ได้มีการบริหารจัดการที่ดี เพราะส่งผลต่อเคพีไอของสถานศึกษานั้นในพื้นที่ ซึ่งข้าราชการเองก็ต้องกระตือรือร้นในการทำงาน ซึ่งเรื่องที่แจ้งเข้ามาจะอยู่ในฐานข้อมูล โดยไม่มีการเปิดเผยรายละเอียด



