เรียกได้ว่าเป็นกระแสที่กลายเป็นไวรัลอย่างมากอยู่ในขณะนี้ หลังล่าสุดเมื่อวันที่ 14 ก.ค. “คุณชัชชญา สำเริงราชย์” หรือ “คุณนีน” ได้ออกมาแชร์ประสบการณ์ทนทุกข์ 5 ปี ถูกสตอล์กเกอร์ตามติดส่งข้อความคุกคามไม่เว้นวัน พร้อมระบุข้อความว่า “ตั้งแต่ปี 2564-2569 นีนถูกบุคคลหนึ่งคุกคามและก้าวก่ายชีวิตอย่างต่อเนื่อง จนถึงขั้นพยายามบุกรุกเข้ามาในบ้านเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ทางนีนได้แจ้งความและดำเนินการตามกฎหมายแล้ว แต่พฤติกรรมดังกล่าวยังไม่ยุติ ขอชี้แจงว่า นีนไม่เคยรู้จัก ไม่เคยพูดคุย และไม่เคยมีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับบุคคลดังกล่าว”

ทั้งนี้ “คุณนีน” ได้แจงประเด็นถูกคุกคาม 3 ข้อ ดังต่อไปนี้
1.พฤติกรรมที่เกิดขึ้น ตลอดหลายปีที่ผ่านมา บุคคลดังกล่าวค้นหาที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ และข้อมูลส่วนตัวของนีน เริ่มแรกคือมีการส่งของมาที่บ้าน ส่งจดหมาย ซึ่งแน่นอนว่านีนทิ้งทั้งหมด แต่ถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานค่ะ รวมทั้งส่งข้อความจำนวนมาก และมีหลายข้อความที่เข้าข่ายการคุกคามทางเพศ (sexual harassment) ในระยะเวลา 5 ปี นีนตอบข้อความบุคคลดังกล่าว 1 ครั้งเพื่อขอให้หยุดพฤติกรรมการส่งของมาที่บ้านนีน

2.การบุกรุกและการติดตาม ในระยะเวลาที่กล่าวมา บุคคลคนนี้มีพฤติกรรมวนกลับมาเป็นระยะๆ ปรากฏตัวมาแล้วก็หายไปพักหนึ่ง (ผ่านการส่งของ หรือ ส่งข้อความ) ก่อนจะกลับมาอีก จนหลายครั้งนีนคิดว่าเขาคงเลิกไปแล้ว แต่ทุกอย่างเริ่มหนักขึ้น ในปี 2568 คือเริ่มมีการเข้ามาภายในหมู่บ้านหลายครั้งโดยอ้างกับรปภ.ว่ารู้จักนีนบ้าง รู้จักครอบครัวนีนบ้าง จนหนักที่สุดช่วงต้นปี 2569 ที่ผ่านมา มีความพยายามบุกรุกเข้ามาในบ้านนีน นั่งรถเข้ามาในหมู่บ้านแล้วเปิดประตูจะเข้าบ้านนีน แต่โชคดีที่ประตูล็อกไว้และมีกล้องวงจรปิดบันทึกเหตุการณ์ได้ ซึ่งแม้จะมีการแจ้งความและมีการดำเนินการตามกฎหมายแล้ว พฤติกรรมคุกคามก็ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น ยังมีการส่งข้อความหานีน ส่งข้อความหาผู้จัดการนีน หรือโทรมาหาคนใกล้ตัว และที่นีนเครียดมากคือ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา บุคคลดังกล่าวยังเดินทางมาที่ร้านโยเกิร์ตที่นีนเพิ่งเปิด มาแสดงตัวเป็นลูกค้า และสอบถามถึงนีนกับพนักงานหน้าร้าน ซึ่งทำให้นีนกังวลใจและกลัว ในการจะเข้าร้านตัวเอง เนื่องจากร้านตั้งอยู่ในพื้นที่สาธารณะและเปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าใช้บริการได้

3.เหตุผลที่ออกมาโพสต์ อีกสิ่งที่น่าผิดหวังสำหรับนีนคือการที่ผู้เสียหายมักถูกถามว่า “เคยคุยกับเขาหรือเปล่า, ไปให้ความหวังเขาไหม” และอีกหนึ่งสิ่งที่น่าผิดหวังที่สุด คือ การที่สังคมพยายามทำให้เรื่องนี้ดูเป็นเรื่องปกติ เช่น มีคนใกล้ตัวนีนมองว่าเป็นเรื่องที่ผู้หญิง หรือ บุคคลสาธารณะต้องเจอ ทั้งที่ความจริงแล้ว การถูกติดตาม การถูกคุกคาม และการถูกละเมิดความเป็นส่วนตัว ไม่ควรเป็นเรื่องปกติสำหรับใครทั้งนั้น และที่ออกมาเขียนวันนี้ ไม่ใช่เพื่อทำร้ายหรือประจานใคร แต่เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา ความเงียบไม่ได้ทำให้สถานการณ์ดีขึ้น วันนี้นีนรู้สึกต้องการปกป้องตัวเอง และบันทึกไว้ว่าพฤติกรรมเหล่านี้ยังคงเกิดขึ้นจริงจนถึงปัจจุบัน หากพบเห็นเหตุการณ์หรือพฤติกรรมที่อาจเกี่ยวข้องกับกรณีนี้ รบกวนแจ้งนีนได้เลยค่ะ
ขอบคุณข้อมูลจาก : Chatchaya Samroengraja



