หลังจากกองทัพสหรัฐ ได้เปิดฉากโจมตีเป้าหมายในอิหร่านเพิ่มเติมในวันที่ 13 ก.ค. ที่ผ่านมา เพื่อลดทอนขีดความสามารถของอิหร่านในการโจมตีเรือพลเรือนและเรือพาณิชย์ ที่สัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งการโจมตีครั้งนี้เป็นคำสั่งตรงจากผู้บัญชาการทหารสูงสุด ซึ่งหมายถึงโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ล่าสุดแหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน ระบุว่า หลังจากสหรัฐได้กลับมาเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันตลาดโลกกลับมาสูงขึ้นประมาณ 2-3 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ทำให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ต้องกลับมาจ่ายชดเชยเพิ่มเติม เช่น
- จ่ายชดเชยน้ำมันดีเซล บี 7 เพิ่มชดเชยอีกลิตรละ 1.01 บาท เป็นชดเชยลิตรละ 4.06 บาท
- ดีเซล บี 20 กองทุนเพิ่มชดเชย 0.76 บาท เป็นชดเชยลิตรละ 9.17 บาท
- แก๊สโซฮอล์ 95 และแก๊สโซออล์ 91 ปรับจากเก็บเข้ากองทุนฯ ลิตรละ 0.48 บาท เป็นชดเชยลิตรละ 0.23 บาท
- อี 20 กองทุนเพิ่มชดเชยลิตรละ 0.51 บาท เป็นชดเชยลิตรละ 4.16 บาท
- อี 85 กองทุนเพิ่มชดเชยลิตรละ 0.22 บาท เป็นชดเชยลิตรละ 4.85 บาท
- ส่วนน้ำมันเบนซิน ลดเก็บเข้ากองทุนฯ ลิตรละ 0.82 บาท เหลือลิตรละ 7.24 บาท
“ราคาน้ำมันกลับมาพุ่งอีกครั้งหลังจากสหรัฐเปิดการโจมตี ซึ่งตอนนี้ยังโชคดีที่ราคาน้ำมันดีเซล ยังได้เงินจากโรงกลั่นเข้ามาช่วยลิตรละ 1.40 บาท ตั้งแต่ 9 ก.ค.-29 ก.ค. ซึ่งระหว่างนี้ก็ต้องจับตาดูต่อไปว่า ราคาน้ำมันในตลาดโลกจะเป็นอย่างไรต่อไป โดยฐานะกองทุนน้ำมันล่าสุด ติดลบเพิ่มขึ้น 1,066 ล้านบาท มาเป็น 58,428 ล้านบาท แบ่งเป็นบัญชีน้ำมัน ติดลบ 19,090 ล้านบาท บัญชีแอลพีจี ติดลบ 39,338 ล้านบาท”



