เมื่อวันที่ 14 ก.ค. พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม เผยคืบหน้าคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. ในส่วนรับผิดชอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งอยู่ระหว่างรอคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วินิจฉัยชี้ขาดว่าจะมีบุคคลใดบ้างที่กระทำความผิดเกี่ยวกับการฮั้ว ซึ่งเป็นหนึ่งในคำแนะนำของพนักงานอัยการคดีพิเศษที่ให้ไปรวบรวมกับสำนวนของ กกต. ว่า กรณีที่ดีเอสไอต้องรอ กกต. วินิจฉัยชี้ขาด เป็นไปตามหนังสือสั่งการของพนักงานอัยการคดีพิเศษ เพื่อให้ดีเอสไอต้องดำเนินการเช่นนั้น จึงมองว่าดีเอสไอก็ต้องดำเนินการตามข้อสั่งการ

เมื่อถามว่าท้ายสุดหาก กกต. มีมติวินิจฉัยชี้ขาดว่าทั้ง 229 ราย ไม่มีการกระทำความผิดฮั้วเลือก สว. จะเป็นไปได้หรือไม่ว่าดีเอสไอต้องเห็นด้วยทุกประการ รมว.ยุติธรรม ชี้แจงว่าไม่จำเป็นต้องเป็นเช่นนั้น เพราะอย่างไรก็ต้องรอผลมาวิเคราะห์ในส่วนนี้ เพราะหนังสือคำสั่งของพนักงานอัยการคดีพิเศษ ก็ขอให้ดีเอสไอนำผลการพิจารณาของ กกต. มาประกอบในสำนวนด้วย  

เมื่อถามว่าสำนวนของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ส่วนกลาง คณะที่ 26 (มีดีเอสไอร่วมสอบสวนกับ กกต.) มีมติดำเนินคดีถึง 229 ราย ในคดีฮั้ว สว. ขณะที่ดีเอสไอดำเนินคดีกับผู้ต้องหาในคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. ได้เพียง 8 ราย ซึ่งเป็นตัวเลขที่แตกต่างจากจำนวนพยานของดีเอสไอกว่า 2,000 รายก่อนหน้านี้  รมว.ยุติธรรม ระบุ ขึ้นอยู่กับว่าพยานหลักฐานไปถึงมากน้อยเพียงใด เพราะดีเอสไอก็ต้องดูว่าพยานหลักฐานถึงแค่ไหน จึงได้มีการสั่งฟ้องตรงนี้

เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่าในปัจจุบันนี้ พยานหลักฐานเชื่อมโยงถึงเพียงแค่ 8 รายเองใช่หรือไม่ รมว.ยุติธรรม ยอมรับว่าคงเป็นอย่างนั้น เพราะดีเอสไอได้สั่งฟ้องไปเพียงเท่านี้.