สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 14 ก.ค. ว่า จากการสำรวจบริษัทค้าปลีก 600 แห่ง พบว่า 42% ประเมินสถานการณ์ธุรกิจปัจจุบันว่าย่ำแย่ ขณะที่เกือบ 2 ใน 3 กล่าวว่า สถานการณ์แย่ลงในช่วงครึ่งแรกของปี เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2568
เมื่อปีที่แล้ว 51% รายงานว่าสถานการณ์แย่ลง
นายอเล็กซานเดอร์ ฟอน พรีน ประธานสมาคมค้าปลีกแห่งเยอรมนี กล่าวว่า สถานการณ์เลวร้ายยิ่งกว่าที่เคยเป็นมาในปีก่อนหน้า ซึ่งสถานการณ์ค่อนข้างไม่รุนแรง โดยเขาเสริมว่า 8วามเชื่อมั่นในหมู่ผู้บริโภคและบริษัทต่าง ๆ อ่อนแอเทียบเท่ากับในช่วงที่เยอรมนีล็อกดาวน์รอบ 2 เนื่องจากการระบาดของโรคโควิด-19
German retailers warn of worsening business conditions as costs rise. A pointed reminder: inflation and supply-chain pressures are weighing on margins. Read more: https://t.co/xCG3pTU316 #Retail #Germany #Economy #Costs #BusinessConditions #Inflation #Su… https://t.co/BntJhBH7U7
— Global Banking & Finance Review (@GBAFReview) July 14, 2026
การสำรวจแสดงให้เห็นว่า 69% ของบริษัท รายงานผลกำไรที่ต่ำกว่าปีที่แล้ว
เมื่อมองไปข้างหน้า 65% คาดว่ายอดขายในปีนี้จะต่ำกว่าระดับปี 2568 เล็กน้อย หรือต่ำกว่าอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับ 53% ในการสำรวจปีที่แล้ว และมีเพียง 18% เท่านั้น ที่คาดว่ายอดขายจะสูงขึ้น
เอชดีอียังคงคาดการณ์การเติบโตของยอดขายปลีกในปีนี้ไว้ที่ 2% ส่งผลให้ยอดขายรวมอยู่ที่ 697,400 ล้านยูโร (ราว 26.6 ล้านล้านบาท) ขณะที่สมาคมได้เรียกร้องให้มีการปรับปรุงสภาพธุรกิจให้ดีขึ้น พร้อมเตือนถึงการจำกัดงานขนาดเล็ก และเรียกร้องให้มีการกำหนดเพดานต้นทุนแรงงานที่ไม่ใช่ค่าจ้างไว้ที่ 40%.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



