สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงแบกแดด ประเทศอิรัก เมื่อวันที่ 14 ก.ค. ว่า นักวิเคราะห์หลายคนกล่าวว่า รัฐบาลอิรักให้ความสำคัญมากขึ้นกับการกระจายความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อรับมือกับความไม่มั่นคงในภูมิภาคได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งคาดว่าจะเป็นวาระสำคัญในการเดินทางเยือนสหรัฐของไซดี ระหว่างวันที่ 13-18 ก.ค.
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในความพยายามที่ชัดเจนที่สุดในรอบหลายปี ในการดึงดูดการลงทุนครั้งใหญ่จากสหรัฐ ในภาคส่วนต่าง ๆ ของอิรัก ซึ่งเคยถูกครอบงำโดยบริษัทในจีน รัสเซีย และยุโรปมาเป็นเวลานาน แม้เจ้าหน้าที่อิรักปฏิเสธคำกล่าวที่ว่า รัฐบาลแบกแดดกำลังตีตัวออกห่างจากพันธมิตรใกล้ชิดอย่างรัฐบาลเตหะราน เพื่อกระชับความสัมพันธ์กับรัฐบาลวอชิงตันก็ตาม
Iraq's prime minister seeks big energy investments on US trip https://t.co/6yHskYDq6V
— ST Foreign Desk (@STForeignDesk) July 13, 2026
“สงครามในอิหร่านเป็นจุดเปลี่ยน มันเน้นย้ำถึงความเสี่ยงของการพึ่งพาพันธมิตรในภูมิภาคเพียงรายเดียวมากเกินไป และไซดีมองว่า พลังงานเป็นเส้นทางที่เร็วที่สุดในการสร้างความร่วมมือที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นกับรัฐบาลวอชิงตัน” นายอาเหม็ด ยูนิส นักวิเคราะห์การเมืองในกรุงแบกแดด กล่าว
ทั้งนี้ ความพยายามของรัฐบาลอิรัก ยังรวมถึงการเจรจากับบริษัท เชฟรอน เกี่ยวกับโครงการระยะเริ่มต้นขนาดใหญ่ การสนับสนุนการร่วมลงทุนด้านพลังงานและก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) ที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐ การรับประกันความปลอดภัยของผู้ประกอบการชาวอเมริกันในเขตปกครองตนเองเคอร์ดิสถานของอิรัก และแผนการท่อส่งน้ำมันเพื่อการส่งออกเชิงยุทธศาสตร์ ที่เชื่อมโยงอิรักกับตลาดเมดิเตอร์เรเนียน.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



