ตามที่ได้มีพระบรมราชโองการประกาศสถาปนาสมณศักดิ์สมเด็จพระราชาคณะรวม 8 รูป เมื่อวันที่ 14 ก.ค. 2569 โดยหนึ่งในนั้นคือ พระพรหมพัชรญาณมุนี สถานพำนักสงฆ์บ้านไร่ทอสี จ.นครราชสีมา ขึ้นเป็น สมเด็จพระราชาคณะ มีราชทินนามตามที่จารึกในสุพรรณบัฏว่า สมเด็จพระมหาพัชรญาณมุนี ซึ่งถือว่า เป็นพระสงฆ์ชาวต่างชาติรูปแรกในประวัติศาสตร์ที่ได้เป็นสมเด็จพระราชาคณะในคณะสงฆ์ไทยนั้น
สำหรับประวัติ พระพรหมพัชรญาณมุนี (ฌอน ชยสาโร) หรือ “พระอาจารย์ชยสาโร” มีนามเดิมว่า ฌอน ไมเคิล ชิเวอร์ตัน เกิดบนเกาะไอล์ออฟไวท์ ประเทศอังกฤษ เมื่อปี 2501 ช่วงวัยเด็กท่านมีสุขภาพไม่ดี มีอาการหอบหืด แม้จะต้องหยุดโรงเรียนบ่อย แต่ก็ได้ใช้เวลาในการศึกษาด้วยตนเอง และยังมีผลการเรียนที่ดี ทั้งได้อ่านหนังสือหลากหลาย จนพบคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงเกิดความเลื่อมใสศรัทธา สนใจการฝึกจิตและศึกษาหาความรู้ทางพุทธศาสนาตั้งแต่อยู่ในวัยรุ่น

ปี 2521 ท่านได้พบและเริ่มปฏิบัติกับพระอาจารย์สุเมโธ ปัจจุบันดำรงสมณศักดิ์ที่พระพรหมวชิรญาณ (พระชาวต่างชาติรูปแรกที่เป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อชา) ที่วิหารแฮมสเตด ประเทศอังกฤษ และได้ถือเพศเป็นอนาคาริก (ปะขาว) อยู่กับท่านอาจารย์สุเมโธ ถือศีล 10 เป็นเวลา 1 พรรษา แล้วเดินทางมายังประเทศไทย และได้ฝากตัวเป็นศิษย์กับหลวงพ่อชา (พระโพธิญาณเถร) ที่วัดหนองป่าพง จ.อุบลราชธานี ในปี 2523 ท่านได้บรรพชาเป็นสามเณร และต่อมาในวันที่ 3 มิ.ย.ปีเดียวกัน ได้อุปสมบทโดยมีหลวงพ่อชาเป็นพระอุปัชฌาย์
เมื่อครบการฝึกตนเป็นพระนวกะ 5 พรรษาแล้ว พระอาจารย์ชยสาโรได้ออกธุดงค์และปลีกวิเวกจนถึงช่วงเข้าพรรษาปี 2529 ท่านจึงเดินทางกลับ จ.อุบลราชธานี หลังจากนั้นท่านอยู่ที่วัดป่านานาชาติเป็นส่วนใหญ่โดยรับหน้าที่เป็นรองเจ้าอาวาส ตลอดระยะเวลาหลายปีหลังจากนั้น ท่านได้สลับหมุนเวียนระหว่างช่วงเวลาในการปลีกวิเวกและการปฏิบัติหน้าที่ตามตำแหน่งในคณะสงฆ์ ระหว่างนี้ท่านได้รับความไว้วางใจจากคณะสงฆ์อาวุโสในการเขียนเรียบเรียงชีวประวัติของหลวงพ่อชา ซึ่งท่านตั้งชื่อผลงานชิ้นนี้ว่า ‘อุปลมณี’ ในปี 2540 ท่านได้รับหน้าที่เป็นเจ้าอาวาสวัดป่านานาชาติจนถึงสิ้นปี 2545

ปี 2546 พระอาจารย์ชยสาโรได้ปลีกวิเวกมาพำนักอยู่ที่อาศรมชนะมาร อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา โดยที่ยังนำปฏิบัติธรรมให้ญาติโยมเป็นระยะๆ ที่สถานที่ปฏิบัติธรรมบ้านบุญ รวมถึงมีบทบาทในการนำหลักการพัฒนาชีวิตวิถีพุทธเข้าสู่ระบบการศึกษา
พระอาจารย์ชยสาโรได้เขียนหนังสือธรรมะทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษไว้มากมาย โดยจำนวนหนึ่งมีการนำไปแปลเป็นภาษาอื่นๆ งานเขียนภาษาอังกฤษของท่าน คือ ‘Stillness Flowing’ เป็นงานชิ้นสำคัญซึ่งบันทึกชีวประวัติและคำสอนของหลวงพ่อชาโดยละเอียด
ในปี 2554 พระอาจารย์ชยสาโรได้รับมอบปริญญาเอกกิตติมศักดิ์ในสาขาวิชาธรรมนิเทศจากมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และในปี 2562 ท่านได้รับพระราชทานตั้งสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชพัชรมานิต ต่อมาในปี 2563 ได้รับพระราชทานตั้งสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ พระเทพพัชรญาณมุนี และได้รับพระราชทานสัญชาติไทย ทั้งนี้ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป. อ. ปยุตโต) ได้เมตตาตั้งนามสกุลภาษาไทยให้ว่า ‘โพธานุวัตน์’ ในปี 2564 ได้รับพระราชทานตั้งสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่ พระธรรมพัชรญาณมุนี ปี 2567 ได้รับพระราชทานโปรดสถาปนาสมณศักดิ์ พระราชาคณะเจ้าคณะรอง มีราชทินนามตามที่จารึกในหิรัญบัฏว่า พระพรหมพัชรญาณมุนี ปี 2569 ได้รับพระราชทานโปรดสถาปนาสมณศักดิ์เป็นสมเด็จพระราชาคณะ มีราชทินนามตามที่จารึกในสุพรรณบัฏว่า สมเด็จพระมหาพัชรญาณมุนี



