เมื่อวันที่ 15 ก.ค. ที่รัฐสภา นายชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์เพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ทำให้มีผู้เสียชีวิต บาดเจ็บจำนวนมาก ว่า ตนขอแสดงความเสียใจและไว้อาลัยต่อผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจากเหตุเพลิงไหม้ที่ โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ทั้งนี้ เราได้ให้ความสำคัญและเคยออกมาเตือนหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยเป็นระยะ ส่วนเหตุการณ์ล่าสุดนี้เป็นความบกพร่องของกรุงเทพมหานคร และการบังคับใช้กฎหมายที่หละหลวมของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งต้องยอมรับว่าแบบในการสร้างร้านอาหารทั้งหมด โดยหลักการไม่ว่าร้านอาหารหรือโรงแรมจะต้องมีทางหนีไฟ จำนวนที่จอดรถ และอุปกรณ์ที่ป้องกันภัยพิบัติและอัคคีภัย 100% แต่กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะเห็นได้ชัดว่า สิ่งเหล่านี้ไม่เป็นไปตามกฎหมายเลย และไม่ใช่เฉพาะที่โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าวอย่างเดียว แต่ตนเชื่อว่าสถานบริการในกรุงเทพฯ และในต่างจังหวัด มีความบกพร่องและผิดเช่นนี้อีกเยอะ
นายชัยชนะ กล่าวว่า โดยหลักการ สถานบริการจะอยู่ภายใต้ พ.ร.บ.สถานบริการ (3) มีทั้งหมด 6 ประเภท ประเภทที่ 1 ถึง 4 เป็นสถานที่เต้นรำโดยสภาพ ส่วนประเภทที่ 5, 6 เป็นสถานที่ปิดหลังเที่ยงคืน ตนเคยเตือนหลายครั้งว่า มีสถานบริการที่ทำไม่ถูกต้อง ผิดระเบียบอยู่ เช่น ไม่มีทางหนีไฟ แต่ก็ไม่ทราบว่าสิ่งที่พูดไปนั้น กรุงเทพฯ และกระทรวงมหาดไทยได้ยินแล้วหรือยัง นอกจากนี้ยังมีร้าน KTV ซึ่งเป็นคนของจีนเทาที่ลักลอบเปิดในกรุงเทพฯ มีการดัดแปลงสภาพอาคารโดยไม่มีมาตรการป้องกันอัคคีภัยเลย รวมถึงร้านหมาล่าที่ดัดแปลงสภาพอาคาร จากอาคาร 2 ชั้น 2 ชั้นครึ่ง เป็น 3 ชั้น โดยไม่มีทางหนีไฟ
“หน่วยงานราชการของเรา ต้องรอให้มีเหตุเกิดขึ้นก่อน และมีผู้เสียชีวิตก่อนใช่หรือไม่ ถึงจะออกมาบอกว่าต้องแก้ไข ผมก็เห็นใจท่านนายกรัฐมนตรี ท่านกรุณาบอกว่า มันมีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นและมีการผิดพลาดอยู่ ผมคิดว่ากระทรวงมหาดไทย ควรเร่งตรวจสอบร้านที่เข้าข่ายประเภทนี้ทั้งหมดทั่วประเทศ ถ้ามีเหตุเกิดขึ้นจริงและผิด ไม่ได้ขออนุญาตจริง ก็ต้องสั่งปิดก่อน หลังจากนั้นก็ดำเนินการตามกระบวนการ ขออนุญาตการก่อสร้าง ดัดแปลงสภาพอาคาร ขอใบอนุญาตเปิดสถานบริการให้ถูกต้อง ถึงจะอนุญาตให้เปิด เพราะถ้าเราปล่อยให้เป็นไปอย่างนี้ต่อไป สุดท้ายแล้วจะต้องมีคนมาเสียชีวิต มีนักท่องเที่ยวมาเสียชีวิตกับเหตุการณ์เหล่านี้อีกกี่ครั้ง กี่หน เราก็ไม่ทราบ” นายชัยชนะ กล่าว และว่า ขอเรียกร้องไปยังนายกฯ ในฐานะเป็นผู้บริหารสูงสุดของประเทศไทย เป็น รมว.มหาดไทย ให้สั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบสถานบริการเหล่านี้ หากทำผิดก็สั่งปิด รวมทั้งขอให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้ที่ทำสัญญาขอเช่า KTV ทั้งหมด ย้อนดูวงจรปิดว่ามีใครไปใช้บ้าง คลับเลานจ์ต่างๆ ว่า เชื่อมต่อโยงคนจีนสีเทาอย่างไร เชื่อมโยงสแกมเมอร์อย่างไร เชื่อมโยงผู้กระทำผิดกฎหมาย ใครบ้าง
เมื่อถามว่า ทาง กทม. ระบุว่า มีการตรวจสอบแล้ว แต่ไม่พบความผิดในส่วนของตัวอาคาร นายชัยชนะ กล่าวว่า ถ้า กทม. บอกว่าไม่ผิด ขอให้นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ุ ผู้ว่าฯ กทม. รองผู้ว่าฯ และคณะ หรือผู้อำนวยการเขต หรือผู้อำนวยกองแบบแผน หากว่างเมื่อไหร่สามารถนัดหมายกับตน และตนจะพาไปลงพื้นที่ร้านหมาล่าต่างๆ ร้าน KTV และจะถามด้วยว่า ท่านทราบหรือไม่ว่ามีร้านแบบนี้อยู่ในกรุงเทพฯ แล้วปล่อยให้มีการก่อสร้าง ต่อเติมแบบนี้ไปได้อย่างไร หรือหากท่านไม่ว่าง ตนจะเอาภาพวิดีโอให้สื่อมวลชนดู และสื่อมวลชนสื่อบอกให้ถึงท่านก็ได้
“อยากให้ท่านไปดู ฉงชิ่ง ร้านหมาล่าต่างๆ เยอะมากที่เปิดอยู่ มีทั้งบ่อตกกุ้งที่แอบเล่นการพนันอีก แบบนี้ถูกต้องตามกฎหมายไหม ร้าน KTV ที่แอบไปเปิดอีก ถูกไหม คลับเลานจ์ที่ดัดแปลงสภาพอาคาร ขอแบบมี 5 ห้อง เป็น 10 ห้อง เยอะแยะ แถวทองหล่อ สุขุมวิท วันนี้ร้านอาหาร สถานบริการที่ถนน RCA กทม. กล้ายืนยันไหม ถูกต้องตามระเบียบไหม กทม. กล้ายืนยันหรือเปล่า ถ้า กทม. กล้ายืนยันก็ลงพื้นที่ไปตรวจกันได้เลย พรุ่งนี้ได้เลย” นายชัยชนะ กล่าว
เมื่อถามต่อว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นจะต้องถอดบทเรียนอีกรอบหรือไม่ ทั้งที่เกิดเหตุซ้ำมา 3 เหตุใหญ่ๆ แล้ว รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนบอกไปแล้วว่า เราอย่าทำงานแบบวัวหายล้อมคอก ผักชีโรยหน้า จะให้มีคนเสียชีวิตก่อนแล้วถึงจะมาตรวจสอบกัน ถ้าเป็นอย่างนี้ ถือว่าเราไม่ได้ทำงานแล้ว ตนบอกแล้วมาตรการป้องกันเป็นอย่างไร.



