สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 15 ก.ค. ว่า “ซาอุดีอารัมโก” (Saudi Aramco) ซึ่งเป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก ได้เพิ่มการใช้งานท่าเรือยานบู นับตั้งแต่ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลกับอิหร่าน เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ.

นอกจากนั้น แหล่งข่าวจากอุตสาหกรรมยังกล่าวอีกว่า ซาอุดีอาระเบียกำลังพิจารณาขยายกำลังการผลิตของท่อส่งน้ำมัน ไปยังชายฝั่งทะเลแดงทางตะวันตก เพื่อช่วยให้ราชอาณาจักร และอาจรวมถึงประเทศเพื่อนบ้าน สามารถขนส่งน้ำมันได้มากขึ้น โดยไม่ต้องข้ามช่องแคบฮอร์มุซ

การขนส่งจากยานบูแตะระดับ 4.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน เมื่อประมาณวันที่ 13 ก.ค. โดยเพิ่มขึ้นจาก 3.36 ล้านบาร์เรลต่อวัน เมื่อประมาณวันที่ 10 ก.ค. และใกล้เคียงกับ 4.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน เมื่อประมาณวันที่ 2 ก.ค. ตามข้อมูลของซิกนัล โอเชียน

ข้อมูลแสดงให้เห็นว่า ปริมาณการขนส่งน้ำมันเฉลี่ยสูงกว่า 4 ล้านบาร์เรลต่อวัน นับตั้งแต่เดือน มิ.ย. เทียบกับ 973,000 บาร์เรลต่อวัน ในช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 ขณะที่ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ปริมาณการขนส่งน้ำมันเฉลี่ยก็อยู่ที่ประมาณ 4 ล้านบาร์เรลเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมกล่าวว่า มีความกังวลว่ายานบูอาจกลายเป็นเป้าหมายของกลุ่มฮูตี ขณะที่ก่อนหน้านี้ โรงกลั่นน้ำมันใกล้ท่าเรือเคยถูกโจมตีเมื่อเดือน มี.ค. แต่เหตุการณ์นั้นถูกประเมินว่า เป็นการโจมตีโดยอิหร่านมากกว่ากลุ่มฮูตี.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS