เมื่อเวลา 13.45 น. วันที่ 15 ก.ค. ที่กองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางเข้าร่วมการแถลงข่าวติดตามความคืบหน้ากรณีการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ปี 2568 โดยนายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด โดยวันนี้ก็มีการประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ซึ่งตนก็เป็นหนึ่งในคณะกรรมการด้วย และก่อนหน้านี้ตนก็ได้มอบหมายปลัดกระทรวงฯ และที่ปรึกษา แต่ปรากฏว่าก็มีชื่อที่ต้องถูกสอบสวนด้วย ตนจึงเข้าประชุมในวันนี้ด้วยตัวเอง และนายกฯ อยากให้รู้ว่า กสถ. ได้พิจารณาเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านมาเป็นอย่างไร อย่างไรก็ตาม การประชุมตรวจสอบความผิดปกติของผู้ที่ได้รับการบรรจุไปแล้ว โดยเราบรรจุไปแล้ว 3 รอบ จำนวน 15,000 คน โดยในจำนวนนี้ มารายงานตัว 14,988 คน จาก 15,520 คน ซึ่งเป็นผู้ที่สอบได้แล้ว แต่ไม่มารายงานตัว 520 คน ก็ไม่ทราบเหตุผลที่ไม่มาว่า อาจเพราะเหตุผลกลใดก็สุดแล้วแต่
อย่างไรก็ตาม เราก็เอาคะแนนของคนที่มารายงานตัว มาตรวจสอบกับคะแนนที่อยู่ในตู้เซฟที่เป็นคะแนนดิบในกระดาษคำตอบ ซึ่งด้านข้างกระดาษคำตอบ จะระบุว่าได้คะแนนเท่าไหร่ โดยรายชื่อที่เอามาประกาศผลเพื่อบรรจุ เมื่อเอามาประกบกันกับกระดาษคำตอบแล้ว จะพบว่าคะแนนไม่ตรงกัน 5,814 คน ซึ่งเราได้จำแนกว่า จำนวนดังกล่าวมาจากส่วนใดบ้าง จึงเป็นที่มาว่า กลุ่มแรก คือคนที่คะแนนถูกอัพมามาก จากที่ควรจะสอบตกไปแล้ว แต่มีการอัพเพื่อให้สอบได้ และเข้ารอบต่อไป 3,621 คน กลุ่มที่สอง คือคนที่ทำคะแนนได้ แต่ถูกอัพคะแนนเพิ่มขึ้นเพื่อให้อยู่ในอันดับต้นๆ ตามสันนิษฐาน จำนวน 1,713 คน และกลุ่มที่สาม คือ คนที่คะแนนผิดไป 1 คะแนน และสแกนไม่ชัด ซึ่งเราจะนำไปตรวจสอบกับกระดาษคำตอบของ ป.ป.ช. ที่ถูกอายัดไว้ ซึ่งจะรู้ได้ว่า จำนวนผู้สอบ 480 คนในกลุ่มนี้ จะได้มีหลักฐานที่ชัดเจน ฉะนั้นกรรมการที่เป็น กสถ. รับรอง และให้บรรจุคนเหล่านี้ เพราะเป็นคนที่ ก.กลาง มอบหมาย พวกเขาก็ตกใจว่าผิดพลาดได้มากขนาดนี้เลยหรือ จึงมีมติเป็นชอบร่วมกันว่า ในส่วนที่มีคะแนนผิดปกติ 5,814 คน จะต้องมีการส่งต่อไปยังผู้ที่มีอำนาจคือคณะกรรมการทั้ง 3 ก. (ก.จังหวัด, ก.เทศบาล และ ก.องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น) ไปดำเนินการต่อ
เมื่อถามว่าเหตุใดนายกฯ ไม่ใช่อำนาจ รมว.มหาดไทย ยกเลิกเอง แต่กลับโยนให้คณะกรรมการฯ นายอรรษิษฐ์ ชี้แจงว่า เรื่องนี้เป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งกรณีนี้เป็นเรื่องของท้องถิ่น ที่กำหนดรูปแบบองค์ประกอบของกระบวนการมา ซึ่งให้ รมว.มหาดไทย เป็นประธาน แต่ต้องมีตัวแทนของท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารท้องถิ่นของ 3 องค์กรดังกล่าว และปลัดเทศบาลของทั้ง 3 องค์กร ก็เป็นจำนวน 6 คนแล้วที่มาจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และยังมีผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก ที่มาเป็นองค์ประกอบของคณะกรรมการ ดังนั้นนายกฯ ไม่ใช่ผู้ที่แต่งตั้งเข้ามา แต่เป็นการเลือกกันเองให้เข้ามาในคณะกรรมการ จึงต้องเป็นการประชุมพิจารณาร่วมกัน
เมื่อถามต่อว่า หากต้องยกเลิกการบรรจุ 5,814 คน จะต้องทำอย่างไร นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ต้องมีการนับคะแนนใหม่ และนำคนที่คะแนนผ่านเกณฑ์มาบรรจุ ซึ่งขณะนี้คะแนนและกระดาษคำตอบอยู่ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กระทรวงมหาดไทยได้แจ้งกับ ป.ป.ช.ไปแล้ว
เมื่อถามต่อว่าตำแหน่งที่มีการเพิกถอนตำแหน่งกว่า 5,000 ตำแหน่ง จะส่งผลกระทบต่อการทำงานภายในท้องถิ่นหรือไม่ นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า เมื่อโดนเพิกถอนการบรรจุไปตำแหน่งก็ต้องว่างลง เพราะคนที่จะทำงานได้ออกไปแล้ว พร้อมถามกลับว่า “จะให้คนที่ทุจริตทำงานต่อหรือ?” เมื่อถามย้ำว่าการเลื่อนบัญชีบรรจุในขั้นตอนต่อไป นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า จะเลื่อนได้อย่างไร คะแนนยังนับไม่เสร็จ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนเดินทางกลับ นายอรรษิษฐ์ ยังแสดงความมั่นใจว่ามติที่ประชุมในวันที่ 23 ก.ค. นี้ ของคณะกรรมการกลางข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) จะมีมติยืนตามคณะกรรมการ กสถ.



