นายวิเชียร ลัญฉนะวณิชย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ราวด์ ทู โซลูชั่นส์ จำกัด  บริษัทในกลุ่มบริษัท จีเอเบิล จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการด้านระบบไอทีและดิจิทัลโซลูชัน แบบครบวงจร  เปิดเผยวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจโลกปี 69 ยังคงเผชิญแรงกดดันจากความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างประเทศที่ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงาน วัตถุดิบ และต้นทุนการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน ก๊าซ LNG และวัตถุดิบในภาคอุตสาหกรรมที่ยังมีความผันผวนสูง ส่งผลให้ต้นทุนโลจิสติกส์ การผลิต และห่วงโซ่อุปทานปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันนโยบายเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ภาคธุรกิจต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

“ความท้าทายในปัจจุบันไม่ได้เกิดขึ้นเพียงจากการแข่งขันทางธุรกิจ แต่ยังรวมถึงปัจจัยภายนอกที่องค์กรไม่สามารถควบคุมได้ องค์กรจึงจำเป็นต้องเข้าสู่กระบวนการ Restructure and Reset เพื่อปรับตัวให้สอดคล้องกับบริบทใหม่ของเศรษฐกิจโลก การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวแบ่งออกเป็น 3 ระยะสำคัญ ได้แก่ Energy Shock ที่ต้องอาศัย Visibility และ Agility เพื่อรับมือความผันผวนของต้นทุน, Disruption ที่ต้องสร้าง Resilience และ Adaptability เพื่อความต่อเนื่องทางธุรกิจ และ Long-Term Structural Impacts ที่ต้องใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสนับสนุนการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ โดยหัวใจสำคัญคือการเชื่อมโยงข้อมูลและกระบวนการทำงานในแต่ละส่วนขององค์กรเข้าด้วยกันได้สำเร็จ เพื่อมองเห็นภาพรวมธุรกิจได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง

ภายใต้บริบทดังกล่าว แนวคิด Connected Enterprise ถูกยกระดับให้เป็นแกนกลางของการเปลี่ยนผ่านองค์กร โดยมุ่งเน้นการเชื่อมโยงข้อมูล กระบวนการ และระบบงานเข้าด้วยกันแบบ End-to-End เพื่อสร้างความสามารถในการมองเห็นธุรกิจแบบเรียลไทม์ ลดความซ้ำซ้อนในการดำเนินงาน และเพิ่มความคล่องตัวในการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาด โดยมีเทคโนโลยี AI และ Cloud ERP เป็นเครื่องมือหลักในการขับเคลื่อน

“วันนี้โจทย์ขององค์กรไม่ได้อยู่ที่การเติบโตเพียงอย่างเดียว แต่คือการเติบโตท่ามกลางความไม่แน่นอน องค์กรที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูล กระบวนการ และเทคโนโลยีเข้าด้วยกันได้ จะมีความได้เปรียบทั้งในด้านการตัดสินใจ ความคล่องตัว และการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ เรามองว่า Connected Enterprise ไม่ใช่เป้าหมายด้านไอที แต่เป็นยุทธศาสตร์ทางธุรกิจที่จะช่วยให้องค์กรสามารถสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในโลกยุค Disruption ได้อย่างแท้จริง” นายวิเชียร กล่าว