วิทยาลัยเทคโนโลยีครัววันดี จับมือ ซีพีเอฟและพันธมิตร เดินหน้าขานรับนโยบาย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมขับเคลื่อนแคมเปญระดับประเทศ Healing is the New Luxury” มุ่งยกระดับการท่องเที่ยวไทยในมิติใหม่ ผ่านการนำเสนอแนวคิด Wellness Longevity Lifestyle ที่เน้นการดูแลสุขภาพเชิงลึกควบคู่ไปกับประสบการณ์ท่องเที่ยวคุณภาพ นำร่องโครงการอบรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Wellness Decode Workshop” จำนวน 2 รุ่น สร้างปรากฏการณ์ติวเข้มร้านอาหารไทย ปรับสูตรชูเมนูเวลเนส ฟรี! โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีครัววันดี

“Wellness Decode Workshop” รุ่นที่ 1 “กินเปลี่ยนวัย Wellness Lifestyle” เจาะลึกโภชนาการ ให้ร้านที่เข้าอบรมนำเมนูเด่นทางร้าน นำมาปรับไฮไลน์จากนักกำหนดอาหารให้คำปรึกษาคำนวณพลังงาน เพื่อเพิ่มจุดเด่นเป็นเมนูทางเลือกให้คนรักสุขภาพ สอดรับการท่องเที่ยวแบบ Wellness Tourism โดยความสำเร็จครั้งนี้ ผู้บริหาร WANDEE GROUP, Thailand Restaurant News ได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรยักษ์ใหญ่ ได้แก่ ซีพีเอฟ(CPF), อมาโธเปีย (Amathopia), น้ำปลาเมกาเชฟ, กะทิอร่อยดี และข้าวกล้าแกร่ง นำผลิตภัณฑ์มาร่วมให้ผู้ประกอบการได้ถอดรหัส (Decode) สูตรอาหารจริง ซึ่งแต่ละแบรนด์จะมีนวัตกรรมเพื่อให้ผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์การนำวัตถุดิบไปปรุงอาหารได้อย่างมั่นใจ เพราะเราเชื่อว่าอาหารอร่อยได้สุขภาพต้องเริ่มต้นที่วัตถุดิบดีจากต้นทาง และหนึ่งในความพิเศษ ที่ได้รับจากพันธมิตรระดับแนวหน้าอย่าง ซีพีเอฟ นั่นคือ การสนับสนุนวัตถุดิบคุณภาพแบรนด์ “ยูฟาร์ม” (U Farm) ได้แก่ ไก่เบญจาและหมูชีวาซึ่งเป็นวัตถุดิบเกรดพรีเมียมการันตีด้วยสัญลักษณ์ “อาหารรักษ์หัวใจ” จากมูลนิธิหัวใจแห่งประเทศไทยในบรมราชูปถัมภ์ ผ่านเกณฑ์คุณค่าทางโภชนาการ ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจ และหลอดเลือดได้ โดยมีนวัตกรรมเน้นกระบวนการเลี้ยงหมู-ไก่ด้วย “Superfoods” ทำให้หมู-ไก่ Healthy เติบโตแข็งแรงเลี้ยงด้วยข้าวกล้อง แฟลกซ์ชีด และโพรไบโอติก จึงไม่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะ และสารเร่งโตตลอดการเลี้ยงดู และที่สำคัญยังมีโอเมก้า 3 สูง จากธรรมชาติ มากกว่าปกติ 2.5 เท่า สะท้อนแนวคิดการพัฒนาอาหารเพื่อสุขภาพ เรียกว่าเริ่มตั้งแต่ฟาร์มจนถึงผู้บริโภค

นอกจากนี้ผู้เข้าอบรมยังได้รับความรู้ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติจาก ผศ.ดร.ชนิดา ปโชติการอดีตนายกสมาคมนักกำหนดอาหาร และเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ปรึกษาพิเศษ พร้อมทั้งเชฟอรรถพล ไนโต ถังทองExecutive Chef ผู้มากประสบการณ์ มาร่วมถ่ายทอดเทคนิคการปรุงอาหารสุขภาพที่คำนวณคุณค่าโภชนาการ สะท้อนถึงแก่นแท้ของอาหารอร่อยได้สุขภาพทำได้จริง เป็นไฮไลน์เด็ด คือ การสาธิตเมนูสุดพิเศษ “Hamburg Tofu Steak” เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ประกอบการเจ้าของร้านที่เข้าร่วมอบรม ได้นำเทคนิคกลับไปปรับใช้พัฒนาเป็นเมนูสุขภาพของตัวเอง

สำหรับการอบรมรุ่นที่ 2 ที่จัดขึ้นเมื่อปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมานี้ เป็นการผนึกกำลัง 3 เชฟดัง โชว์เมนู Wellness Decode 3 สไตล์ สานต่อความสำเร็จ ซึ่งยังคงได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการร้านอาหารเข้าร่วมกิจกรรม โดยไฮไลต์ของรุ่นนี้คือการรวมตัวของ 3 เชฟแถวหน้าของเมืองไทยมาร่วมสาธิตเมนูสุขภาพใน 3 สไตล์ที่แตกต่างกัน ได้แก่ เชฟเอ็กซ์ (อรรถพล ไนโต ถังทอง) ร่วมสาธิตการทำอาหาร Wellness Decode เชิงลึกเมนูสไตล์ญี่ปุ่น “Hamburg Tofu Steak” โดยใช้วัตถุดิบคุณภาพหมูชีวา เชฟกระติ๊บ (ชวัลกร) โชว์สร้างสรรค์ Wellness Decode เมนู “ต้มจิ๋ว” พิเศษจากผลิตภัณฑ์เมกาเชฟ เชฟยอด (บารมี) จากร้านเสน ร่วมถ่ายทอดไอเดียเมนูอาหารไทยสุขภาพ “แกงคั่วสับปะรดกุ้ง” จากผลิตภัณฑ์กะทิอร่อยดี

การจัดอบรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟทั้ง 2 รุ่นนี้ ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม เป็นโครงการนำร่องที่สามารถผลักดันและเสริมศักยภาพให้ร้านอาหารไทย มีความรู้ในการสร้างสรรค์ “Wellness Decode Menu” ที่ตอบโจทย์คนรักสุขภาพอย่างแท้จริง ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการสร้าง “แต้มต่อ” และโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ให้กับผู้ประกอบการท่ามกลางตลาดที่แข่งขันสูง แต่โครงการฯ ยังเป็นฟันเฟืองสำคัญในการร่วมพัฒนาร้านอาหาร ในฐานะเป็นผู้ให้บริการนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติที่ต้องการทางเลือกด้านสุขภาพ โครงการนี้ ฯ เริ่มต้นนำร่อง ขานรับเทรนด์เวลเนสและพร้อมแล้วที่จะขับเคลื่อนสู่จุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) ของประเทศไทยพร้อมก้าวสู่เวทีระดับโลกอย่างยั่งยืน

สำหรับท่านที่สนใจสามารถติตดามรายละเอียดโครงการ Wellness Decode Workshop ได้ที่ https://www.facebook.com/share/18q5YkC1Ym/?mibextid=wwXIfrและสามารถซื้อผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ U Farm วัตถุดิบคุณภาพ ไก่เบญจาและ หมูชีวาได้ตามซูเปอร์มาร์เก็ตในห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศ