สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 16 ก.ค. ว่า คดีของนายโย่วหลิน เฉิน ซึ่งมีการรายงานเป็นครั้งแรก เพิ่มแรงกดดันให้กับความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับจีน และเกิดขึ้นในขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ พยายามรักษาความสัมพันธ์ให้มั่นคง หลังจากสงครามการค้าเมื่อปีที่แล้ว

เมื่อวันที่ 19 มี.ค. ที่ผ่านมา นายมาร์โก รูบิโอ รมว.การต่างประเทศสหรัฐ ระบุว่าเฉิน วัย 54 ปี เป็นบุคคลที่ “ถูกควบคุมตัวโดยมิชอบ” ส่งผลให้การปล่อยตัวเขาเป็นความสำคัญอันดับต้น ๆ ของสหรัฐ ซึ่งนางยวี่ฟาง หรง ภรรยาของเฉิน กล่าวว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ระงับการประกาศต่อสาธารณะเพื่อให้มีพื้นที่สำหรับการทูตระดับสูง โดยมีเป้าหมายเพื่อปล่อยตัวเขาให้เป็นอิสระ

อนึ่ง เฉิน ซึ่งกลายเป็นพลเมืองสหรัฐในปี 2554 และอาศัยอยู่ในเมืองบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ เป็นชาวอเมริกันเพียงคนเดียวที่ถูกควบคุมตัวอยู่ในจีนในขณะนี้ โดยถูกระบุว่าถูกควบคุมตัวโดยมิชอบ ตามคำกล่าวของหรง และกลุ่มผู้สนับสนุนตัวประกัน

นอกจากนี้ หรงกล่าวว่า เธอได้รับแจ้งจากทำเนียบขาว และกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ว่า ระหว่างการเดินทางเยือนกรุงปักกิ่งอย่างเป็นทางการในเดือน พ.ค. ทรัมป์ได้หยิบยกการควบคุมตัวเฉินขึ้นมาหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ซึ่งสัญญาว่าจะตรวจสอบเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลปักกิ่งยังไม่ดำเนินการใด ๆ

ในการให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์ส หรงแสดงความกังวลว่า รัฐบาลปักกิ่งตัดสินใจก่อนนำตัวเฉินขึ้นศาล เพื่อตัดสินว่าเขามีความผิดฐานจารกรรม ซึ่งมีโทษจำคุกตลอดชีวิตในจีน หรือโทษประหารชีวิตในกรณีที่ถือว่าร้ายแรงเป็นพิเศษ

ขณะที่ นายหลิน เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวในการแถลงข่าวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า หน่วยงานตุลาการของจีนดำเนินคดีตามกฎหมาย และไม่มีสิ่งที่เรียกว่า “การควบคุมตัวโดยมิชอบ”.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS