เมื่อวันที่ 19 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการพระราชดำริ ตามพระบรมราโชบาย เดินหน้าบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานตามพระบรมราโชบายและโครงการพระราชดำริให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม มีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศชาติ

คณะกรรมการฯ จึงได้เตรียมจัดกิจกรรม “สายน้ำแห่งชีวิต ใต้ร่มพระบารมี สืบสานวิถีรัตนโกสินทร์” มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนริมคลอง และผู้ด้อยโอกาส ผ่านการเชื่อมโยงเส้นทางประวัติศาสตร์ 3 สายคลองสำคัญ ผ่านการร้อยเรียงเส้นทาง 3 สายคลอง ได้แก่ สายที่ 1 คลองคูเมืองเดิม มาคลองหลอด ถึงคลองโอ่งอ่าง บางลำพู ต่อด้วยคลองมหานาค ต่อไปยังสายที่ 2 คลองแสนแสบ เชื่อมสู่สายที่ 3 คลองเปรมประชากร พร้อมประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่าผ่านโบราณสถานของเมือง

ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 – 31 ก.ค. นี้ ณ สวนสาธารณะป้อมมหากาฬ ถนนคนเดินคลองโอ่งอ่าง คลองผดุงกรุงเกษม คลองหลอดวัดราชนัดดา และบริเวณคลองหลอดวัดราชบพิธ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 ก.ค.69 พร้อมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และสืบสานพระราชปณิธาน ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ การอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

โดยกิจกรรมสำคัญของงาน จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 26 ก.ค.นี้ คือ พิธีทำบุญตักบาตรทางเรือถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งถือเป็นการจัดพิธีครั้งประวัติศาสตร์ และนับเป็นครั้งแรกในรอบกรุงรัตนโกสินทร์ โดยมีการนิมนต์พระภิกษุสงฆ์จำนวน 225 รูป จาก 40 วัด ล่องเรือมาตาม 3 เส้นทางสายน้ำสำคัญ ได้แก่ คลองรอบเกาะรัตนโกสินทร์ คลองแสนแสบ และคลองเปรมประชากร ก่อนมาบรรจบกัน ณ สวนสาธารณะป้อมมหากาฬ เพื่อประกอบพิธีสงฆ์และให้พรแก่ประชาชน

สำหรับพิธีทำบุญตักบาตรทางเรือในครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการถวายพระราชกุศลและสืบสานพระพุทธศาสนาเท่านั้น แต่ยังสะท้อนคุณค่าของวิถีชีวิตริมคลอง ที่หล่อหลอมกรุงเทพมหานครมายาวนานกว่า 2 ศตวรรษ และแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จของการฟื้นฟูคูคลอง ควบคู่กับการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม การดูแลสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาเมืองอย่างสมดุล

ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ ได้นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่สำรวจความพร้อมของเส้นทางจัดกิจกรรม โดยเริ่มต้นที่ท่าเรือป้อมพระสุเมรุ ล่องเรือผ่านคลองบางลำพูและป้อมมหากาฬ ก่อนขึ้นฝั่งที่ท่าเรือผ่านฟ้าลีลาศ เพื่อเดินทางไปยังวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และล่องเรือต่อไปยังวัดบรมนิวาสราชวรวิหาร พระอารามหลวงชั้นโท ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดรวมพระภิกษุสงฆ์จากเส้นทางคลองแสนแสบ ก่อนลงเรือออกบิณฑบาตรับบาตรจากประชาชนในวันจัดงาน

จากนั้นคณะได้ล่องเรือผ่านคลองผดุงกรุงเกษมและคลองเปรมประชากร ก่อนขึ้นฝั่งที่ท่าเรือตลาดเทวราช และเยี่ยมชมวัดเทวราชกุญชรวรวิหาร

คณะกรรมการฯ จึงขอเชิญชวนประชาชนทุกภาคส่วน ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสืบสาน รักษา และต่อยอดคุณค่าของสายน้ำไทย เพื่อร่วมกันอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม และส่งต่อวิถีชีวิตริมคลองอันทรงคุณค่าสู่คนรุ่นต่อไปอย่างยั่งยืน.