เมื่อวันที่ 20 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับภารกิจของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พร้อมคณะ จะปฏิบัติภารกิจเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการในวันสุดท้าย โดยมีไฮไลต์สำคัญคือการกระชับความสัมพันธ์ และประสานความร่วมมือกับทางการจีนผ่านการลงนามความตกลงถึง 15 ฉบับ และการหารือกับนายกรัฐมนตรี และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีน ณ มหาศาลาประชาชน 

ในช่วงเช้านายกฯ และภริยา พร้อมคณะ เดินทางไปยังจัตุรัสเทียนอันเหมิน เพื่อเข้าร่วมพิธีวางพวงมาลา ณ อนุสาวรีย์วีรชน จากนั้น นายกฯ และคณะ จะเดินทางไปยังมหาศาลาประชาชน เพื่อหารือกับนายจ้าว เล่อจี้ (H.E. Mr. Zhao Leji) ประธานสภาประชาชนแห่งชาติจีน

โดยนายกฯ กล่าวว่า ไทยและจีนจะขับเคลื่อนความร่วมมือใน 4 ด้านสำคัญ ได้แก่ 1.การเมืองและความมั่นคง เพิ่มการแลกเปลี่ยนระดับสูง จัดตั้งกลไกความร่วมมือ 2+2 ระหว่างกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงกลาโหม รวมถึงร่วมปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและแก๊งหลอกลวงออนไลน์ 2.เศรษฐกิจและการลงทุน ส่งเสริมการค้าที่สมดุล การลงทุนคุณภาพสูงที่สร้างงานและมูลค่าเพิ่มในไทย ตลอดจนความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี อุตสาหกรรมแห่งอนาคต และโครงสร้างพื้นฐาน

3.ความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน ส่งเสริมการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และการแลกเปลี่ยนด้านสื่อ เพื่อสร้างความเข้าใจและความใกล้ชิดระหว่างประชาชนไทย-จีน และ 4.ความร่วมมือระดับภูมิภาค สนับสนุนบทบาทศูนย์กลางของอาเซียน ความร่วมมือในลุ่มแม่น้ำโขง การแก้ไขปัญหาในภูมิภาคผ่านการเจรจา และการสนับสนุนสันติภาพในเมียนมา

นายอนุทินพร้อมเชิญประธานสภาประชาชนแห่งชาติจีนเยือนไทย ซึ่งหากเกิดขึ้นจะเป็นการเยือนไทยครั้งแรกในรอบ 15 ปี พร้อมเชื่อมั่นว่า ความร่วมมือที่ใกล้ชิดระหว่างรัฐบาลและฝ่ายนิติบัญญัติของไทยและจีน จะช่วยสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ เพิ่มความปลอดภัย และเสริมเสถียรภาพของภูมิภาคในระยะยาว

จ้าว เล่อจี้ กล่าวว่า จีนพร้อมสนับสนุนไทยดำเนินงานและความร่วมมือในวาระที่ทันสมัย โดยเฉพาะ ปัญญาประดิษฐ์เอไอ ดิจิทัล อวกาศ สุขภาพ รวมทั้ง สิ่งแวดล้อมและพลังงานสะอาด นอกจากนี้ จีนและไทย จะร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้น ในเวทีระหว่างประเทศ อาทิ อาเซียน-จีน  กรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง รวมถึงการยึดมั่นและการปกป้องหลักการสากล ตามหลักองค์การสหประชาชาติ พร้อมแสดงความชื่นชมความร่วมมือของทั้งสองรัฐสภา และหวังว่าจะได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนแนวทางเพื่อยกระดับกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ขอส่งความปรารถนาดีและคำเชิญถึงประธานรัฐสภาและรองประธานสภาเยือนจีนในโอกาสแรกด้วย

ต่อมานายหลี่ เฉียง (H.E. Mr. Li Qiang) นายกรัฐมนตรีจีน จะให้การต้อนรับนายกรัฐมนตรีของไทย ในพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ ณ ห้อง North Hall โดยมีการตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ ก่อนที่จะเข้าสู่การหารือแบบเต็มคณะ ภายหลังการหารือ ผู้นำทั้งสองได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความตกลงและบันทึกความเข้าใจ (MOU) รวมทั้งสิ้น 15 ฉบับ โดยมีรัฐมนตรีกระทรวงที่รับผิดชอบในด้านต่างๆ ทั้งฝ่ายจีนและฝ่ายไทยเป็นผู้ลงนาม

นายกรัฐมนตรีไทยและนายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน จะร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีน จำนวน 15 ฉบับ ณ ห้อง Hebei มหาศาลาประชาชน ได้แก่ 1.ร่างบันทึกความเข้าใจเรื่องความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนข้อมูลธุรกรรมทางการเงินเพื่อป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน 2.ร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือสาขาสาธารณสุข 3.ร่างพิธีสารว่าด้วยข้อกำหนดการกักกัน และสุขลักษณะสำหรับสัตว์น้ำเพื่อการบริโภคที่จะส่งออกจากประเทศไทยไปยังประเทศจีน 4.ร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการจัดการน้ำในพื้นที่ชนบท

5.ร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือด้านนิวเคลียร์ฟิวชั่น 6.ร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการประยุกต์ใช้ระบบดาวเทียมนำทาง 7.ร่างความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการอุดมศึกษา 8. ร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยเรื่องการจัดตั้งห้องปฏิบัติการร่วมไทย-จีน ด้านการสำรวจอวกาศห้วงลึก 9.ร่างข้อตกลงโครงการวิจัยร่วม 10.ร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการเสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจด้านห่วงโซ่อุตสาหกรรม และห่วงโซ่อุปทาน 11.ร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการบังคับใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา

12.ร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการศึกษาปัญญาประดิษฐ์ 13.ร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการเสริมสร้างความร่วมมือด้านสื่อมวลชน 14. ร่างบันทึกความเข้าใจ ระหว่างกรมประชาสัมพันธ์แห่งราชอาณาจักรไทยกับสำนักข่าว People’s Daily แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน และ 15.ร่างบันทึกความเข้าใจ ระหว่างกรมประชาสัมพันธ์กับกลุ่มสื่อแห่งชาติจีนแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน

ก่อนที่ช่วงบ่าย นายกฯ และคณะ ได้เดินทางไปเยี่ยมชม สำนักงานใหญ่บริษัท Alibaba Group ณ กรุงปักกิ่ง เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปด้านนวัตกรรมดิจิทัล

จากนั้นนายกฯ และคณะ จะเดินทางไปสักการะพระพุทธรูปสำคัญ ณ วัดลามะ (ยงเหอกง) ซึ่งเป็นศาสนสถานสำคัญในกรุงปักกิ่ง และช่วงเย็นนายกฯ และคณะ เดินทางออกจากท่าอากาศยานนานาชาติกรุงปักกิ่ง ในเวลา 16.00 น. และเดินทางถึงท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 กรุงเทพฯ ในเวลาประมาณ 19.40 น.