สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ CCC Academy และเครือข่ายพันธมิตร 10 สมาคมด้านเทคโนโลยีดิจิทัล จัดพิธีปิดหลักสูตร ARI Corporate Coaching Program (ACC Program) รุ่นที่ 3 ภายใต้แนวคิด “From Skill to Scale: Powering Thailand’s Tech Talent” เพื่อพัฒนากำลังคนด้าน AI, Robotics, IoT และ Immersive Experience ให้มีทักษะดิจิทัลขั้นสูง พร้อมต่อยอดนวัตกรรมสู่การใช้งานจริงและเชิงพาณิชย์ ตอบโจทย์ความต้องการของภาคอุตสาหกรรมไทยและพร้อมเติบโตในระดับสากล

ดร. กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ กล่าวว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีดิจิทัล โดยเฉพาะ AI และ IoT กำลังเป็นปัจจัยสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ การพัฒนาทักษะบุคลากรด้านเทคโนโลยีจึงเป็นภารกิจสำคัญของ NIA ในฐานะ Focal Conductor ที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษา ผ่านกลไก Groom, Grant, Growth และ Global เพื่อสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่แข็งแกร่ง โดย ACC Program ถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญด้าน Groom ที่มุ่งสร้าง Tech Talent คุณภาพสูง รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมดิจิทัลและเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมของประเทศ

ด้านดร. นที เทพโภชน์ ผู้อำนวยการหลักสูตร ACC Program กล่าวว่า ตลอดการดำเนินโครงการต่อเนื่องจนถึงรุ่นที่ 3 ACC Program สามารถต่อยอดผู้เข้าร่วมให้พัฒนาเป็นธุรกิจเชิงพาณิชย์ได้แล้วมากกว่า 6 ธุรกิจ และช่วยเพิ่มรายได้ของผู้เข้าร่วมโครงการเฉลี่ยสูงถึง 3 เท่า สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของการพัฒนาทักษะที่สามารถสร้างผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจได้จริง
สำหรับหลักสูตรในปีนี้ ยังได้ยกระดับเนื้อหาจาก Generative AI สู่ Physical AI หรือการประยุกต์ใช้ AI ร่วมกับหุ่นยนต์ เครื่องจักร และอุปกรณ์ในโลกกายภาพ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่กำลังมีบทบาทสำคัญในการยกระดับประสิทธิภาพการผลิตและการดำเนินงานของภาคอุตสาหกรรม พร้อมจัดการเรียนรู้แบบเข้มข้นตลอด 8 สัปดาห์ ผ่าน Bootcamp, Workshop การพัฒนาต้นแบบ (Prototype) และการให้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญและผู้บริหารองค์กรชั้นนำ อาทิ บริษัท เอ็ม เอฟ อี ซี จำกัด (มหาชน), RISE, สมาคมไทยไอโอที, สมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย รวมถึงผู้บริหารจาก KUBOTA, SCB 10X, ไต้ฝุ่น, Amity Group และเซ็นทรัล รีเทล

ในปีนี้มีผู้สนใจสมัครเข้าร่วม 180 คน และผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มข้นเพื่อเข้าร่วมโครงการ 55 คน เกิดเป็นต้นแบบนวัตกรรม (POC) คุณภาพสูงที่พัฒนาขึ้นทั้งหมด 28 ผลงาน และได้คัดเลือก 10 ผลงานที่มีความโดดเด่นด้านเทคโนโลยี ความพร้อมในการใช้งานจริง มีศักยภาพทางธุรกิจ และสร้างผลกระทบ ต่ออุตสาหกรรมและสังคม เข้าสู่เวที Public Demo Day เพื่อแสดงศักยภาพต่อคณะกรรมการ ผู้เชี่ยวชาญ ภาคธุรกิจ นักลงทุน และสาธารณชน โดยได้รับเกียรติจาก ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีกล่าวปิดหลักสูตร และมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้สำเร็จหลักสูตร โดยมี ดร.สุรอรรถ ศุภจัตุรัส รองผู้อำนวยการด้านการเงินนวัตกรรม สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) เข้าร่วมพิธี พร้อมด้วย ดร.นที เทพโภชน์ ผู้อำนวยการหลักสูตร ACC Program และหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน
ผลงานต้นแบบนวัตกรรมที่ได้รับรางวัล มีดังนี้
รางวัลชนะเลิศ: AscendJob – AI Hiring Summary

ระบบ AI สำหรับช่วยคัดกรองผู้สมัครงานก่อนเข้าสู่กระบวนการสัมภาษณ์ โดยใช้เทคโนโลยี Natural Language Processing (NLP) ร่วมกับโมเดลวิเคราะห์พฤติกรรม เพื่อประเมินศักยภาพผู้สมัครแบบ Real-time
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 : KLER – AI Smart Glasses For Elderly Care

แว่นตาอัจฉริยะสำหรับดูแลผู้สูงอายุ ใช้เทคโนโลยี Computer Vision และเซนเซอร์ IoT ตรวจจับการล้ม พร้อมแจ้งเตือนเหตุฉุกเฉินได้ทันที
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 : Bangkaew K9 – Protect Everything You Build

ระบบ Cyber Security สำหรับธุรกิจ SME ที่ใช้ AI ตรวจจับพฤติกรรมผิดปกติและป้องกันการโจมตีทาง ไซเบอร์ได้แบบอัตโนมัติ ก่อนเกิดความเสียหาย
และอีก 7 ผลงานที่ได้รับการคัดเลือกสู่เวที Public Demo Day สะท้อนศักยภาพของ Tech Talent ไทยในการรับมือกับโจทย์สำคัญของประเทศ ได้แก่
- ตู้ยา “ปันยา” – AI ผู้ช่วยเภสัชกร ตู้จ่ายยาอัจฉริยะสำหรับผู้ป่วยรับยาเดิม ช่วยลดคิว ลดภาระบุคลากร และเพิ่มความแม่นยำในการจ่ายยา
- AuraBoost – Helping Caregivers Stay Strong Before Crisis Begins: Privacy-First AIที่ตรวจจับความเครียดของผู้ดูแลผู้ป่วย ให้คำแนะนำ และเชื่อมความช่วยเหลือก่อนปัญหาพัฒนาเป็นภาวะวิกฤต
- HelioCode SolarMind – Protect Every Roof, Protect Every Life ผู้ช่วย AI สำหรับงานโซลาร์ที่อ้างอิงมาตรฐานวิศวกรรม วิเคราะห์เงา ออกแบบหลังคา และคำนวณ ROI กับขนาดแบตเตอรี่
- MastGuard AI – จากเสาไฟที่ให้แสงสว่าง สู่เสาไฟที่ให้ข้อมูล ระบบ AIoT เปลี่ยนเสาไฟ High-Mast เป็นโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ ตรวจจับความผิดปกติ คาดการณ์การซ่อม และลดการใช้พลังงาน
- SceneFlow – AI ที่รวมทุกกล้อง CCTV ให้เป็น Live Mapอัจฉริยะ แบบเรียลไทม์ ช่วยมองเห็นจุดคอขวด ความแออัด และความเสี่ยงในพื้นที่
- OneGate – เชื่อมต่อ AI ครั้งเดียว ใช้ได้ทุกระบบ: แพลตฟอร์มกลางที่เชื่อม บริหาร และควบคุม AI หลายระบบจากจุดเดียว ช่วยให้องค์กรขยายการใช้ AI ได้รวดเร็วขึ้น
- Reap – Organizational Knowledge Systemระบบเก็บและถ่ายทอดองค์ความรู้องค์กร ลดการสูญเสียความรู้เมื่อคนเปลี่ยนงาน และเปลี่ยนประสบการณ์พนักงานเป็นสินทรัพย์ขององค์กร

ทั้ง 10 ผลงานสะท้อนศักยภาพของ Tech Talent ไทยที่ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการเรียนรู้เครื่องมือ AI แต่สามารถนำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้เพื่อแก้โจทย์จริงของประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยทีมที่ได้รับรางวัลและทีมที่มีศักยภาพจะมีโอกาสได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจาก NIA ทั้งด้านทุนนวัตกรรม การบ่มเพาะธุรกิจ และการเชื่อมต่อสู่ตลาด เพื่อเร่งผลักดันผลงานให้เติบโตและสร้างผลกระทบได้จริง
ACC Program รุ่นที่ 3 เกิดขึ้นจากความร่วมมือของ CCC Academy และเครือข่ายพันธมิตรด้านเทคโนโลยีดิจิทัล 10 สมาคม ได้แก่ สมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIEAT), สมาคมสร้างสรรค์ปัญญาประดิษฐ์ไทย (AAIT), สมาคมไทยไอโอที (TIOTA), สมาคมโปรแกรมเมอร์ไทย, สมาคมการค้าสตาร์ทอัพไทย , สมาคมเมตาเวิร์สไทย, สมาคมการค้าผู้ประกอบการเทคโนโลยีดิจิทัล (DTE), สมาคมการค้าเฮลท์เทคไทย, สมาคมเทคโนโลยีเพื่อการตลาด (MarTech Association) และสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย

ความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนบทบาทของ NIA ในการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญ เพื่อพัฒนากำลังคนด้าน Deep Tech ความสำเร็จของ ACC3 จึงไม่ใช่เพียงบทสรุปของหลักสูตร แต่คือจุดเริ่มต้นของ Tech Talent รุ่นใหม่ที่จะร่วมสร้างนวัตกรรม ยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ และผลักดันประเทศไทยสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรมอย่างยั่งยืน



