เมื่อวันที่ 20 ก.ค. ที่โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพฯ พรรคประชาชน จัดงาน “Forum ผู้นำฝ่ายค้าน: เกิด แก่ เจ็บ โกง” มีแกนนำและ สส.พรรคเข้าร่วมคึกคัก อาทิ น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวว่า การทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ไม่รู้ตอนจบสุดท้ายจะได้เห็นผู้ร้ายตัวจริงหรือไม่ แต่ระหว่างทางผู้กำกับพยายามตีวงให้แคบ กลัวไปถึงลาสต์บอสตัวสำคัญ ซึ่งจะเป็นประเด็นที่ล้มรัฐบาลได้ การทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น มีเสียงสะท้อนจากคนในพื้นที่ว่าเรื่องนี้มีทุกปี สะท้อนทั้งระบบอุปถัมภ์ อิทธิพลในต่างจังหวัดว่า ใหญ่จริงๆ และทำกันมานาน เชื่อว่าเงินจะจัดการได้ทุกอย่าง

จะเป็นไปได้อย่างไรที่ข้าราชการในกระทรวงมหาดไทยแค่ 5 คนเท่านั้นที่ถูกสอบวินัยร้ายแรง ยิ่งไปกว่านั้นคือ ยังไม่มีหน่วยงานไหนทำหนังสือขอให้ตรวจเส้นเงิน ซึ่งก็ต้องถามว่ามีเหตุผลอะไรถึงไม่ตรวจเส้นเงิน ขอให้ มท.1 ที่ชื่อท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ช่วยทำหนังสือไปหานายกฯ ชื่อท่านอนุทิน ชาญวีรกูล แจ้งไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ให้สอบเส้นเงินหน่อย อันนี้ไม่น่ามีอุปสรรค วันนี้กลายเป็นว่า มท.1 กับนายกฯ เป็นคนๆ เดียวกัน แต่อุปสรรคดูมากกว่าสิ่งอื่นๆ ด้วยซ้ำ

ประชาชนเห็นเจตนาพอที่จะทายออกแล้วว่าตอนสุดท้ายของหนังเรื่องนี้จะจบแบบไหน อยากให้ลองลิสต์ไว้ว่า ผ่านไป 3 เดือนของรัฐบาลนายอนุทิน มีอะไรที่สำเร็จแล้วหรือไม่ ความเลวร้ายที่สุดคือประชาชนเชื่อไปแล้วว่า ตอนจบ จะไม่สามารถตามหาตัวละครสำคัญของเรื่องนี้ได้ มันสะท้อนถึงความไม่เชื่อมั่นของรัฐบาล สะท้อนถึงการฝังรากลึกระบบใช้เงินเมื่อไหร่ก็รอด” น.ส.ภคมน กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงท้าย ได้เปิดโอกาสให้ประชาชนที่มาร่วมงานสอบถามประเด็นต่างๆ ปรากฏว่า มีคุณป้าท่านหนึ่ง ลุกขึ้นขอถามนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ว่า “ทำไมคุณทิ้งคะแนนของโหวตเตอร์ ตอนพรรคประชาชนแพ้เลือกตั้ง ดิฉันเสียใจมาก คุณต้องอยู่กับความเป็นจริงว่าคุณเผชิญกับโจร โจรที่ไหนจะสร้างกฎหมายปราบโจร เราต้องการพื้นที่ที่จะแสดงออกว่าเสียใจขนาดไหนกับประเทศ เสียใจขนาดไหนกับพรรคที่รักทิ้งคะแนนของเขาให้โจรเอาอำนาจนั้นไป แล้วคุณพูดในสิ่งที่คนไม่มีอำนาจพูด แล้วยังไง ทำไมคุณไม่เป็นแกนนำในการรวมประชาชน ลงมือทำอะไรสักอย่างหนึ่ง ที่ไม่ใช่รออยู่บนเวที”

ด้านนายณัฐพงษ์ กล่าวตอบด้วยเสียงสั่นเครือว่า ตนแคร์ความรู้สึกนั้น ไปทุกเวทีก็จะมีคนมาแสดงความเห็นแบบนี้ ทั้งนี้ที่พรรคโหวตพรรคภูมิใจไทยรอบ MOA เนื่องจากตอนนั้นเรามีข้อจำกัดว่า เราไม่ได้มีแคนดิเดตนายกฯ ที่จะสามารถเข้าร่วมรัฐบาลได้ ถ้าบอกว่าประเทศนี้กำลังจะถูกนำโดยนายกฯ หรือผู้นำประเทศ ที่เรารู้สึกว่าเขาเป็นโจร หรือเขาไม่มีความโปร่งใส คำถามคือข้อจำกัด ณ ตอนนั้น ที่พรรคประชาชนไม่ได้มีแคนดิเดตนายกฯ เราต้องการโหวตเพื่อปลดล็อกกติกาบางอย่าง เพื่อแก้ปัญหาให้ประเทศ แต่ถ้าตอนนั้นเราเข้าร่วมรัฐบาล หลายคนอาจจะรู้สึกว่าเป็นโจร นั่งเรือโจร แล้วประเทศไทยจะไปในทิศทางที่ถูกต้องหรือไม่ หรือเราสามารถทำหน้าที่ฝ่ายค้านเสียงข้างมาก นั่งอยู่ในเรืออีกลำ ทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลเสียงข้างน้อย

“แต่ผลการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. ไม่มีใครรู้ล่วงหน้าว่าจะออกมาเป็นอย่างไร สิ่งที่เราเชื่อคือประเทศนี้จะเปลี่ยนได้ มีความหวังได้ กัปตันเรือเป็นคนที่สำคัญที่สุด ต้องเป็นคนที่มีเจตจำนง เขาสร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริง แต่ ณ ตอนนั้นเป็นข้อจำกัดจริงๆ เราไม่ได้ตัดสินใจง่าย เราเชื่อว่าการจะสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ ตัวเราเองต้องมีอำนาจในการควบคุมกำกับดูแล ซึ่งแน่นอน ผ่านเหตุการณ์มาแล้ว  หลายคนมองย้อนกลับไปว่า เห็นไหมล่ะ คุณส่งกุญแจให้เขา ทั้งหมดผมยอมรับว่าไม่มีใครรู้จริง อย่างน้อยพรรคอาจเคยทำให้หลายคนมีตะกอนในใจ ผมก็เจ็บปวดเช่นเดียวกัน แต่ผมเชื่อว่าตราบใดที่เรายังคงมีความหวัง มีคนมาแสดงตัวแบบนี้ ประเทศเราจะโตขึ้นเรื่อยๆ” นายณัฐพงษ์ กล่าว

ทำให้จากนั้น นายกรุณพล เทียนสุวรรณ รองโฆษกพรรคประชาชน ซึ่งทำหน้าที่พิธีกร ได้รีบตัดบทขอจบคำถามแต่เพียงเท่านี้ทันที.