เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 23 ก.ค. ที่โรงเรียนบ้านหนองหิน หมู่ 8 ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น นายยุทธนา โพธิวิหค รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานเปิด ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Community) บ้านหนองหิน ซึ่งกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม หรือกรมลดโลกร้อน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับเทศบาลเมืองศิลา จัดตั้งขึ้น เพื่อพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการลดก๊าซเรือนกระจก โดยมี น.ส.อุมาศรีสุข ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการมีส่วนร่วมต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนายไพรัตน์ ทวีวาร นายกเทศมนตรีเมืองศิลาและหน่วยงานภาครัฐ ภาคีเครือข่าย ประชาชนเข้าร่วม

นายยุทธนา น กล่าวว่า จังหวัดขอนแก่นให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจก โดยมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นกำลังหลัก และสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเป็นพี่เลี้ยงด้านวิชาการ ขณะที่กรมลดโลกร้อนได้ผลักดันโครงการชุมชนคาร์บอนต่ำและโรงเรียนคาร์บอนต่ำ เพื่อส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ครอบคลุม 4 ด้าน ได้แก่ การดำเนินวิถีชีวิตสีเขียว การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การเพิ่มพื้นที่สีเขียว และการจัดการขยะที่ต้นทาง
ทั้งนี้ บ้านหนองหินเป็นชุมชนที่ได้รับรางวัลชนะเลิศโครงการชุมชนคาร์บอนต่ำระดับประเทศ กลุ่มชุมชนในเขตเทศบาล ประจำปี 2568 พร้อมรับถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงได้รับการพัฒนาต่อยอดเป็นศูนย์เรียนรู้ต้นแบบ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมให้กับชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานต่าง ๆ ทั่วประเทศ

ด้านนายไพรัตน์ กล่าวว่า ชุมชนบ้านหนองหินประสบความสำเร็จจากการร่วมมือของคนในพื้นที่ ผ่านกิจกรรมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ทั้งการใช้พลังงานสะอาด การเพิ่มพื้นที่สีเขียว การจัดการขยะต้นทาง การอนุรักษ์พันธุกรรมพืช การแปรรูปวัสดุเหลือใช้สร้างมูลค่า รวมถึงการนำศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านมาประยุกต์เป็นกิจกรรม “หมอลำรักษ์โลก”เพื่อสร้างความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อม และเปิดโอกาสให้เยาวชนกับจิตอาสาเข้ามามีส่วนร่วม
ปัจจุบันศูนย์เรียนรู้ชุมชนคาร์บอนต่ำบ้านหนองหิน มีฐานการเรียนรู้มากกว่า 9 ฐาน อาทิ ฐานอนุรักษ์พันธุ์พืชท้องถิ่น ตลาดชุมชนรักษ์สิ่งแวดล้อม ครัวเรือนต้นแบบสีเขียว และฐานหมอลำรักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งนอกจากช่วยลดปริมาณขยะและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแล้ว ยังสร้างรายได้จากวัสดุรีไซเคิล ปุ๋ยอินทรีย์ และตลาดสีเขียว ทำให้ชุมชนสะอาด น่าอยู่ และพัฒนาเป็นแหล่งศึกษาดูงานด้านชุมชนคาร์บอนต่ำระดับประเทศ
การเปิดศูนย์เรียนรู้ครั้งนี้นับเป็นการต่อยอดความสำเร็จของชุมชนต้นแบบระดับประเทศ สู่การเป็นศูนย์กลางถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการลดโลกร้อน การจัดการทรัพยากร และเศรษฐกิจสีเขียว เพื่อขยายผลสู่ชุมชนและองค์กรต่าง ๆ ทั่วประเทศ พร้อมร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน.




