สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 23 ก.ค. ว่านายลูกานิสมาน อาวัง ซาวนี รมช.การต่างประเทศมาเลเซีย กล่าวว่า การระงับดังกล่าวจะช่วยให้รัฐบาลสามารถดำเนินโครงการลงทะเบียนผู้ลี้ภัยของตน หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ดีพีพี” ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือน ม.ค.
ในการตอบคำถามจากวุฒิสมาชิกเกี่ยวกับความพยายามของมาเลเซีย ในการจัดการผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจา ลูกานิสมานกล่าวต่อสภาสูงของรัฐสภา ว่า โครงการดีพีพีจะช่วยให้รัฐบาลสามารถจัดการข้อมูลได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น รวมถึงการตรวจสอบตัวตน การติดตาม และการกำกับดูแล โดยไม่ต้องพึ่งพาบันทึกของหน่วยงานต่างประเทศใด ๆ อย่างสิ้นเชิง
Malaysia asks UNHCR to temporarily cease registration of refugees https://t.co/7l2GmQlDLX
— Reuters Asia (@ReutersAsia) July 23, 2026
จากข้อมูลของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ มีผู้ลี้ภัยและผู้ขอลี้ภัยที่ลงทะเบียนกับหน่วยงานในมาเลเซีย ประมาณ 215,600 คน ณ สิ้นเดือน ก.พ. 2569 ซึ่งมากกว่าครึ่งเป็นชาวมุสลิมเชื้อสายโรฮีนจาจากเมียนมา ขณะที่มาเลเซียไม่ได้เป็นภาคีของอนุสัญญาว่าด้วยสถานภาพผู้ลี้ภัย ปี ค.ศ. 1951 และผู้ลี้ภัยไม่ได้รับอนุญาตให้ทำงาน หรือได้รับการศึกษา
ลูกานิสมานระบุว่า การระงับการลงทะเบียนจะช่วยให้ยูเอ็นเอชซีอาร์ สามารถมุ่งเน้นไปที่การตั้งถิ่นฐานใหม่ของผู้ลี้ภัยในประเทศที่สาม หากพวกเขาไม่สามารถส่งตัวกลับประเทศบ้านเกิดได้ พร้อมเสริมว่า ทางการจะยังคงมีส่วนร่วม และร่วมมือกับหน่วยงานอย่างสม่ำเสมอ.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



