สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 25 ก.ค. ว่า นายโฟลเคอร์ เติร์ก ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (โอเอชซีเอชอาร์) ได้รับการต่อต้านอย่างรุนแรงจากทั้ง 3 ประเทศ เนื่องจากความเต็มใจที่จะท้าทายมหาอำนาจ หลังเขาได้วิพากษ์วิจารณ์สงครามของรัสเซียในยูเครน และการกระทำของอิสราเอลในฉนวนกาซาอย่างเปิดเผย และยังเรียกร้องให้มีการสอบสวนการเสียชีวิต ในศูนย์กักกันผู้อพยพของสหรัฐ
ก่อนหน้านี้ สมาชิกส่วนใหญ่ของสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ 193 ประเทศ ลงมติคัดค้านข้อเสนอของรัสเซีย ที่เสนอให้ขยายวาระของเติร์กออกไปอีกเพียงกว่า 2 เดือน จนถึงสิ้นปี 2569 ขณะที่นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ ได้เสนอให้เติร์กดำรงตำแหน่งวาระที่ 2 อีก 4 ปี เมื่อวาระปัจจุบันของเขาสิ้นสุดลงในเดือน ต.ค.
The UN General Assembly has approved a four-year extension for UN human rights chief Volker Turk's mandate, despite opposition from the US, Israel and Russia.
— Al Jazeera English (@AJEnglish) July 24, 2026
The vote passed 144-10, with 13 abstentions.
???? LIVE updates: https://t.co/86xrng8Rpd pic.twitter.com/B40ARlfu3e
ที่ประชุมสมัชชาใหญ่ให้การสนับสนุนข้อเสนอของกูเตอร์เรส ด้วยคะแนนเสียงเห็นชอบ 144 ประเทศ คัดค้าน 10 ประเทศ และงดออกเสียง 13 ประเทศ
สหรัฐอเมริกาเรียกร้องให้เลื่อนการลงคะแนนออกไปจนถึงสัปดาห์หน้า ขณะที่นายเจฟฟ์ บาร์ทอส ผู้แทนสหรัฐด้านการบริหารและการปฏิรูปสหประชาชาติ กล่าวก่อนการลงคะแนนว่า การแต่งตั้งเติร์กดำรงตำแหน่งอีกครั้งพิสูจน์ให้เห็นว่า คำวิจารณ์ที่ว่าองค์กรนี้ทำงานผิดปกติ “เป็นเรื่องจริง” และเสริมว่า หากที่ประชุมนี้ยอมรับการใช้อำนาจเกินขอบเขต การตกลงลับหลัง และการใช้ตำแหน่งในทางที่ผิด สหรัฐอเมริกาจะประเมินการมีส่วนร่วม การเข้าร่วม และการให้ทุนสนับสนุน
ด้านสหภาพยุโรป (อียู) ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ต่อการขยายวาระ 4 ปี เช่นเดียวกับประเทศในแอฟริกา หลายประเทศในลาตินอเมริกา และจีน.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



