แสงสีส้มจากหลอดโซเดียมความดันสูง (High Pressure Sodium: HPS) ที่ส่องสว่างบนทางพิเศษมานานหลายสิบปี กำลังถูกแทนที่ด้วยหลอด LED เมื่อการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เดินหน้าเปลี่ยนระบบไฟส่องสว่างบนทางพิเศษ 8 สายทาง รวมระยะทาง 224.6 กม. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ลดต้นทุน และยกระดับความปลอดภัยของผู้ใช้ทาง

การเปลี่ยนครั้งนี้ไม่ใช่แค่เปลี่ยนหลอดไฟ แต่เป็นการปรับระบบบริหารจัดการพลังงานทั้งโครงข่าย เพราะหลอด LED ให้แสงสม่ำเสมอ ใช้ไฟน้อย อายุการใช้งานยาว และลดค่าบำรุงรักษา ครอบคลุมทั้งทางหลัก ทางขึ้น–ลง ด่านเก็บค่าผ่านทาง และพื้นที่ใต้ทางพิเศษ

ปัจจุบัน กทพ. มีค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าประมาณ 200 ล้านบาทต่อปี และรับภาระทั้งหมดเอง ต่างจากไฟส่องสว่างบนถนนของกรมทางหลวง (ทล.) และกรมทางหลวงชนบท(ทช.) ที่ผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วประเทศร่วมรับภาระผ่านค่าไฟ

กทพ. เริ่มเปลี่ยนโคมไฟเป็น LED ตั้งแต่ปี 2559 ปัจจุบันติดตั้งแล้ว 5,330 โคม ช่วยประหยัดค่าไฟได้ 12.19 ล้านบาทต่อปี ปีงบประมาณ 2570 เตรียมใช้งบ 60 ล้านบาท ติดตั้งเพิ่ม 3,795 โคม และในปี 2571 จะติดตั้งเพิ่มอีก 3,869 โคม เมื่อโครงการแล้วเสร็จ จะมีโคมไฟ LED รวม 12,994 โคม ช่วยลดค่าไฟได้ 54.25 ล้านบาทต่อปี หรือเกือบ 40% ของค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าทั้งระบบ

นอกจากนี้ กทพ. ยังเดินหน้าติดตั้ง Solar Rooftop ใช้โคม Solar LED และทยอยเปลี่ยนรถยนต์ส่วนกลางเป็นรถยนต์ไฟฟ้า (EV) คาดว่าเมื่อรวมทุกมาตรการ จะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้ประมาณ 75 ล้านบาทต่อปี

การบอกลา “ไฟส้ม” เปลี่ยนระบบส่องสว่าง เพื่อลดต้นทุน เพิ่มความปลอดภัย และใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว

ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์ 26 ก.ค. 2569