โดยมี “สส.ไอติม”พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน รับหน้าที่หัวหมู่ทะลวงฟันเปิดหลักฐานอะไรต่อมิอะไรมากมาย ซึ่งน่าสนใจว่า“เป็นหลักฐานที่ กกต.ใช้ในสำนวนหรือไม่ ” ท่าที กกต.เหมือนจะออกไปในทำนองว่า ถ้าหลักฐานนอกสำนวนก็คงไม่ได้เอามาพิจารณา เพราะใช้เวลาไปมากแล้ว ตอนนี้หลักฐานพอแล้ว
“สส.ไอติม”พยายามเน้นว่า กกต.ต้องดำเนินการสั่งฟ้องตามสำนวนของคณะอนุกรรมการ ชุดที่ 26 ซึ่งว่ากันว่า เอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการ 229 คน เป็น สว.เกี่ยวข้องกับกระบวนการ 138 คน ที่เหลือเป็นคนนอกซึ่งมีนักการเมืองด้วย ข้างฝ่ายผู้ถูกพาดพิงในพรรคภูมิใจไทย (ภท.)ก็ออกมาปฏิเสธ เช่น “นายกฯหนู”อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ชี้แจงที่ปรากฏภาพตัวเองอยู่ที่โรงแรมพูลแมน และถูกโยงว่าไปคุมกระบวนการเลือกประธานวุฒิสภา ว่า เป็นเรื่องปกติที่ตัวเองไปพูลแมนบ่อยๆ และเจอหน้าใครก็สวัสดีทักทาย ไม่ได้รู้ว่า มีกระบวนการอะไรเกิดขึ้น?
ซึ่งบางคนในพรรคภูมิใจไทยก็เกิดความสงสัย ว่าทำไมพรรคส้มเลือกจะมาฟาดฮั้ว สว.ช่วงนี้ ทั้งๆ ที่เรื่องผ่านมา 2 ปีแล้ว ถ้าพูดกันด้วยเซนส์ทางการเมือง ก็ต้องบอกว่า “มีธงการเมือง” เพราะเรื่องฮั้ว สว. ถ้าตีดีๆ ล้มเป็นโดมิโน่ ทันที อันดับแรกคือ ฟาดพรรคภูมิใจไทย หลังสร้างให้เป็นตัวร้าย ครอบงำเมืองไทยด้วยวาทกรรม “ระบอบสีน้ำเงิน”
เรื่องฮั้ว สว. ก็สร้างภาพให้สังคมรับรู้ว่า “น้ำเงินอยู่เบื้องหลังการฮั้ว สว.” อ้างพยานพาดพิงคนใกล้ชิดพรรคภูมิใจไทย ทำให้ สส.บางคนในพรรคก็ฉุนขาด อย่าง “เฮียเม้ง”วัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ สส.สระบุรี หรือ “แชมป์”กรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง โวยวายว่า แค่รู้จักกับผู้ถูกอ้างถึง ไม่ได้แปลว่าต้องสั่ง หรือรู้เห็นเป็นใจกัน
เมื่อ สส.ภูมิใจไทยฟ้องร้องกลับ ก็ไปบอกสังคมว่า “ฟ้องปิดปาก” ต่อมาก็โยนหินว่า ผลการวินิจฉัยของ กกต.จะสาวไม่ถึงตัวใหญ่ในพรรคภูมิใจไทย ถ้าผลออกมาเช่นนั้นจริง ก็จะฟาดว่า”กกต.มาจาก สว.เลือกเสีย 4 คน จาก 7 คน ให้มาตัดสินคดีฮั้ว สว.จะเป็นธรรมได้อย่างไร” และย้อนไปฟาดการทำสำนวนของ กกต.ดูไม่น่าจะชอบมาพากล เรื่องทำคดีล่าช้า เรียกสอบใครบ้าง ทำไมต้องตั้งอนุฯ ชุดที่ 36 มาตรวจสอบซ้ำอีก
และต้องการเอา สว.ตัวจริงบางส่วนออกจากตำแหน่งให้ได้ จะถึง 138 คนหรือไม่ยังไม่รู้ แต่หาก สว.สำรองเข้าไปทำหน้าที่ ก็อาจเป็น สว.ที่คุยกันได้ ในเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้ สว. รวมเสียงให้เพียงพอเพื่อช่วยผ่านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคส้มและของภาคประชาชน ที่มีเนื้อหาสำคัญคือให้สามารถเลือกตั้ง สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.)ได้ ซึ่งจากกระแสนิยม ทำให้ “เชื่อได้ว่า” การเลือกตั้งจะทำให้พรรคส้มได้เปรียบมากกว่าจะใช้ระบบคัดเลือก หรือสมาชิกรัฐสภารวมตัวกันแล้วแบ่งกลุ่ม แล้วจิ้มเลือก เพราะเสียงสีน้ำเงินเยอะ คุมการเลือกได้
ตีกระแสฮั้ว สว.นำไปสู่ประเด็นที่พรรคขับเคลื่อน คือแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยชี้ให้เห็นว่า ที่มาของ สว. มีปัญหา ทำให้เกิดการฮั้วอย่างมโหฬาร ระบบที่รัฐธรรมนูญ ปี2560 ออกแบบมามีคนเจาะยางได้สำเร็จแล้ว ดังนั้นอาจผลักดันให้เลิก สว. หรือให้ สว.มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด และอาจพูดถึงการปรับเปลี่ยน จนถึงตัดอำนาจบางอย่างของ สว.ออกไป
และหากยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ประเด็นหนึ่งที่พรรคส้มจะรณรงค์หนัก คือเรื่ององค์กรอิสระ ไม่ให้มาจากเฉพาะสภาใดสภาหนึ่ง เพื่อป้องกันการคุมเสียงสภาสูงได้ และต่อมาคือเรื่องการตรวจสอบถ่วงดุลองค์กรอิสระ จะต้องไม่ยุ่งยาก ต้องใช้กรรมการตรวจสอบที่มีที่มาจากภาคประชาชนด้วย และยังมีวาระอื่นๆ อีก
วาระที่แฝงอยู่ในเรื่องล้ม สว. คือสร้างคะแนนหนุนแก้รัฐธรรมนูญตามแนวพรรคส้ม การล้มพรรคภูมิใจไทย ก็คงเป็นวัตถุประสงค์อันหนึ่งของบางกลุ่มล้มระบอบสีน้ำเงิน
นาทีนี้เดิมพันสูง ถ้าหลักฐานไม่แข็ง งานนี้มีคนติดคุก!!



