เมื่อวันที่ 27 ส.ค. ที่รัฐสภา นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) แถลงถึงกรณีรายงานการสอบสวนคดีเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) หลุดสู่สาธารณะ ว่า หลายสัปดาห์ที่ผ่านมา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน และนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ได้ดำเนินกิจกรรมต่างๆ ที่มุ่งเน้นการเปิดเผยข้อมูล ระบุว่าเพื่อประโยชน์ต่อสังคมที่เกี่ยวกับคดีของ สว. วันนี้ต้องตั้งคำถามกลับไปยังนายพริษฐ์ และนายยิ่งชีพ เรื่องความถูกต้องของข้อมูล การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงข้อมูลที่ถูกเปิดเผยต่อสังคม ท่านมั่นใจได้อย่างไรว่าเป็นข้อเท็จจริง ไม่ใช่การจับแพะชนแกะตามที่ท่านนำมากล่าวอ้าง
ทั้งนี้ หลายส่วนเป็นข้อมูลส่วนบุคคล การเผยแพร่ต่อสาธารณะเข้าข่ายละเมิด พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) หรือไม่ และหากนำข้อมูลที่คลาดเคลื่อนไม่เป็นความจริง การเผยแพร่ข้อมูลอาจเสี่ยงมีความผิดฐานนำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ รวมถึงความผิดหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา จึงขอถามนายพริษฐ์ และนายยิ่งชีพ ว่าข้อมูลที่นำมาเปิดเผยมีความน่าเชื่อถือ ถูกต้อง และอ้างอิงที่มาได้หรือไม่
นอกจากนี้ ข้อมูลดังกล่าวยังไม่ทราบว่าเป็นจริงหรือไม่ แต่ถูกนำมาเผยแพร่ต่อสาธารณะก่อนกระบวนการจะเสร็จสิ้น สุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดความลับในสำนวน และการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม จึงขอตั้งคำถามว่าเหตุใดจึงไม่ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมายให้แล้วเสร็จก่อน ดังนั้น นายพริษฐ์ช่วยตอบด้วยว่าหากข้อมูลที่ท่านไม่รู้ว่าจริงหรือไม่ แต่ท่านนำมากล่าวหาเป็นเรื่องที่น่าพิจารณาว่าเหตุใดจึงไม่รอให้กระบวนการแล้วเสร็จก่อนค่อยออกมาเปิดเผย ท่านมีวัตถุประสงค์มีเจตนาอย่างไรในการเผยแพร่ข้อมูล และต้องการผลลัพธ์ทางการเมืองหรือเพื่อประโยชน์ใดๆ ของกลุ่มบุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือไม่

นายพิสิษฐ์ กล่าวด้วยว่า การที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงมากกว่าหนึ่งชุด คือ คณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนชุด 26 กับชุดที่ 36 ซึ่งความเห็นของอนุกรรมการฯ ทั้งสองชุดแตกต่างกัน ถามว่าท่านทราบได้อย่างไรว่าข้อมูลทั้งสองชุดเป็นอย่างไร เพราะเราซึ่งเป็นผู้ถูกกล่าวหา มีการขอข้อมูลเอกสารไปแต่ กกต. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ไม่ได้ให้ข้อมูล จึงอยากถามนายพริษฐ์ว่าได้ข้อมูลมาอย่างไร ท่านเลือกที่จะพูดสิ่งที่ท่านเชื่อหรือสิ่งที่อยากให้เป็นหรือไม่ มีการแอบแฝงวัตถุประสงค์ทางการเมืองด้วยหรือไม่ เพราะทั้งสองท่านมีการชี้นำ และพยายามกดดันองค์กรอิสระที่มีดุลพินิจ และความชอบตามกฎหมายอยู่แล้วในการทำงาน เป็นการกระทำและกล่าวอ้างในลักษณะศาลเตี้ยล่าแม่มดบนบนสื่อออนไลน์ทำให้ สว.หรือบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องถูกตัดสินไปแล้วล่วงหน้า จึงถามว่าการเปิดประเด็นแบบนี้ทำไปเพื่อประโยชน์สาธารณะจริงหรือไม่ มีเจตนาแอบแฝงหรือเพื่อประโยชน์ของคนกลุ่มใดหนึ่งหรือไม่
นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า ส่วนการที่นายยิ่งชีพโพสต์ว่าไม่ชอบฉายาว่าพลีชีพ แต่การที่นายยิ่งชีพพยายามดูถูกด้อยค่า สว.อย่างต่อเนื่อง คงต้องถามถึงใจเขาใจเราว่านายยิ่งชีพจะให้ สว.ถูกวิจารณ์อย่างไม่สุจริตและเป็นธรรมหรือไม่
ด้าน พ.ต.อ.กอบ อัจนากิตติ สว. กล่าวว่า สิ่งที่พวกท่านทำ กำลังเข้ามาแทรกแซงหรือไม่ เป็นการสร้างความปั่นป่วนกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนหรือไม่ ซึ่งไม่เป็นไปตามความมุ่งหมายของรัฐธรรมนูญ หรือเพื่อติชมโดยสุจริต ขอให้สื่อมวลชน ประชาชน ที่เสพสื่ออยู่ในปัจจุบันใช้วิจารณญาณรับฟังความเห็นดวงตาเป็นธรรม อย่าเห็นกงจักรเป็นดอกบัว

ขณะที่ พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร สว. กล่าวถึงกระแสข่าวมี สว.กลุ่มหนึ่งนัดรับประทานอาหารร่วมกันเมื่อวันที่ 26 ส.ค. ที่ร้านอาหารย่านพระราม 7 เพื่อฉลองว่ารอดคดีฮั้ว สว. ว่า เป็นการเข้าใจผิด ไม่มีอะไร เป็นเรื่องของกรรมาธิการ (กมธ.) ไปดูแลเจ้าหน้าที่เท่านั้นเอง ไปถามข้อเท็จจริงจากเจ้าหน้าที่ได้ อย่าให้ตนตอบอะไรไปมากกว่านี้ ย้ำว่าเป็นเพียงการอยากกินข้าวเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับคดีเลย ไม่มีนัดกับใครทั้งนั้น ไปดูภาพได้ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของกระแสข่าวว่า กกต. จะชี้มูลความผิดเฉพาะ สว.บางคน นั้น ตนไม่ขอก้าวก่าย เพราะเป็นเรื่องของ กกต. และไม่ได้คุยกับ สว.คนอื่นเรื่องนี้.



