“ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์ ” รายงานว่า  แม้กำหนดเปิดให้บริการรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีด) ไทย–จีน เฟสแรก ช่วงกรุงเทพฯ–นครราชสีมา ระยะทาง 250.77 กิโลเมตร(กม.) จะยังมีข้อแตกต่างระหว่างนโยบายนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม  ที่ประกาศเปิดบริการในปี 2573 กับแผนล่าสุดของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ที่เลื่อนเปิดบริการล่าสุดเป็นปี 2574 จากอุปสรรคด้านการก่อสร้าง

Screenshot

แต่ความคืบหน้าที่น่าสนใจจากการประชุมคณะกรรมการบริหารการพัฒนาโครงการความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย–จีน ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 27 ก.ค. 2569 คือการเปิดเผยรูปแบบสี และลวดลายของขบวนรถไฟที่จะใช้ให้บริการในอนาคต โดยที่ประชุมรับทราบแนวคิดการออกแบบขบวนรถไฟไฮสปีด ซึ่งจัดทำโดยสถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (สทร.) ร่วมกับบริษัท Blue Engineering S.r.l. ประเทศอิตาลี หรือ RTRDA 

Screenshot

ภายใต้แนวคิด “Siam Ember” ที่สะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นไทย ผ่านงานฝีมือ วัฒนธรรมชาไทย เซรามิก และสิ่งทอ ผสมผสานมรดกดั้งเดิมเข้ากับความหรูหราทันสมัย โทนสีภายในขบวนรถได้รับแรงบันดาลใจจาก “สีชาไทย” ผสมผสานสีส้มไหม้ สีดินเผา สีไม้เอสเปรสโซ สีดำถ่าน สีบรอนซ์ และสีเขียวมะกอกอ่อน สื่อถึงความอบอุ่น พลัง ความประณีต และความสง่างาม ขณะที่สีภายนอก และการตกแต่ง เลือกใช้สีขาวเป็นพื้นฐาน เพื่อให้รถไฟดูสะอาดตา สง่างาม และล้ำสมัย ในขณะที่พื้นผิวสีดำมันวาวเน้นรูปทรงตามหลัก อากาศพลศาสตร์ และสร้างเอกลักษณ์แห่งอนาคต และประสิทธิภาพสูง โดยได้เพิ่มสีแดงเข้าไปเพื่อเพิ่มพลัง ความเร็ว ให้กับดีไซน์ ทำให้รถไฟดูมีชีวิตชีวา และทรงพลังยิ่งขึ้น โดยอยู่ระหว่างเสนอให้ฝ่ายจีนพิจารณาต่อไป

Screenshot

ขบวนรถอยู่ในสัญญาที่ 2.3 งานระบบราง ระบบอาณัติสัญญาณ และขบวนรถ วงเงินประมาณ 50,633 ล้านบาท ซึ่งดำเนินการโดยฝ่ายจีน ประกอบด้วย บริษัท China Railway International Co., Ltd. และ China Railway Design Corporation ปัจจุบันมีความคืบหน้า 1.27% ล่าช้า 98.73% เนื่องจากต้องรอให้งานโยธาก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณ 80% ก่อนจึงจะเข้าติดตั้งระบบรางและระบบต่าง ๆ ได้

สำหรับขบวนรถที่จะนำมาใช้ เป็นรถไฟความเร็วสูง “ฟู่ซิงห้าว” รุ่น CR300 ซึ่งเป็นรุ่นที่ให้บริการในประเทศจีน สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ 300 กม. ต่อชั่วโมง แต่สำหรับประเทศไทยจะใช้ความเร็วสูงสุด 250 กม. ต่อชั่วโมง เบื้องต้นจะนำเข้าขบวนรถจำนวน 6 ขบวน รวม 48 ตู้ โดยแต่ละขบวนมี 8 ตู้ รองรับผู้โดยสาร 560 ที่นั่ง ไม่มีที่นั่งแบบยืน แบ่งเป็นขบวนให้บริการ 4 ขบวน และสำรอง 2 ขบวน

Screenshot

ตัวรถมีความกว้างประมาณ 2.8–3.7 เมตร ความยาวตู้โดยสาร 20 เมตร และสูง 3.7 เมตร แบ่งที่นั่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่ Second Class จัดแบบ 3-2, First Class จัดแบบ 2-2 และ Business Class เป็นที่นั่งเดี่ยวฝั่งละ 1 ที่นั่งบริเวณตู้หลังห้องคนขับ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก ห้องน้ำระบบปิด และระบบปรับอากาศ