สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ประกาศแผนการจัดตั้งบริษัทย่อยขึ้นมาใหม่ ที่มีชื่อว่า FIFA Forward Enterprise (FFE) ซึ่งจะใช้บริหารจัดการกิจกรรมหลัก ๆ ของฟีฟ่ารวมถึงฟุตบอลโลกและฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก และเปิดโอกาสให้นักลงทุนภายนอกเข้ามาซื้อหุ้นส่วนน้อย ในขณะที่ฟีฟ่าจะยังคงเป็นองค์กรหลักและถือหุ้นส่วนใหญ่ใน FFE
โฆษกของฟีฟ่ากล่าวว่า ข้อเสนอนี้จะถูกนำเสนอต่อสมาชิกสมาคมฟุตบอล 211 ประเทศและสภาของฟีฟ่าที่มีสมาชิก 37 คนในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งจะเป็นกลุ่มที่มีอำนาจตัดสินใจขั้นสุดท้าย โดยการเคลื่อนไหวนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนที่จะเพิ่มเงินทุนเพื่อการพัฒนาสมาชิกเป็นสามเท่า ทำให้สามารถเข้าถึงเงินทุนครั้งเดียวได้มากถึง 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อใช้ในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน การฝึกสอน ทีมชาติ การแข่งขัน ฟุตบอลระดับรากหญ้า และฟุตบอลหญิง
จานนี อินฟานติโน ประธานฟีฟ่า กล่าวว่า สมาชิกทุกแห่งควรมีสิทธิ์ได้รับส่วนแบ่งที่เป็นธรรมจากเงินทุนที่มีอยู่เพื่อกำหนดอนาคตของตนเอง เป็นการทำให้ฟุตบอลเป็นประชาธิปไตยไปทั่วโลก
แม้เป็นการเปิดทางให้นักลงทุนภายนอกเข้ามาซื้อหุ้นส่วนน้อย แต่ฟีฟ่าจะยังคงควบคุมและมีอำนาจแต่เพียงผู้เดียวในการบริหารจัดการฟุตบอล การแข่งขัน ปฏิทินการแข่งขัน และการตัดสินใจด้านกฎระเบียบต่างๆ
ฟีฟ่า ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์กรกีฬาที่ร่ำรวยที่สุดในโลกอยู่แล้วด้วยรายได้หลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ กล่าวว่าเงินที่ระดมทุนเข้ามาได้จะช่วยขยายการเข้าถึงกีฬาฟุตบอลไปทั่วโลก และเป็นกลไกที่ยอดเยี่ยมในการพัฒนาด้านมนุษย์และสังคม
ด้าน สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) ที่มีความขัดแย้งกันในระยะหลัง ได้คัดค้านแนวคิดที่จะขายทรัพย์สินของกีฬาให้กับนักลงทุนเอกชนและกองทุนความมั่งคั่ง
“นี่เป็นการก้าวข้ามเส้นที่สถาบันกำกับดูแลฟุตบอลไม่ควรก้าวข้าม” ยูฟ่า กล่าวในแถลงการณ์ “ยูฟ่า ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างมาก เช่นเดียวกับสมาคมฟุตบอลแห่งชาติทุกแห่ง เช่นเดียวกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย: ลีก สโมสร ผู้เล่น ผู้สนับสนุน รัฐบาล และทุกคนที่ห่วงใยอนาคตของเกม”
“จิตวิญญาณและการกำกับดูแลของฟุตบอลไม่ใช่ทรัพย์สินที่จะซื้อขาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อไม่มีความโปร่งใสว่าใครได้รับผลประโยชน์ทางการเงิน ไม่มีใครในพวกเราเป็นเจ้าของฟุตบอล มันไม่ใช่ของฟีฟ่าที่จะขาย”



