เมื่อวันที่ 30 ก.ค.69 ศ​.ดร.สุชาติ​ ธ​าดาธำรงเวช​ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และอดีตรมว.คลัง​ กล่าวถึงกรณีคนบางกลุ่มสร้างกระแสข่าวจะแก้กฎหมายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค หรือ “บัตรทอง” ว่า 1.นโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า 30 บาทรักษาทุกโรค (บัตรทอง) คือการเปลี่ยนแนวคิดสำคัญของประเทศไทย จากการมองผู้ไม่มีเงินเป็นผู้รอความช่วยเหลือ​ เป็นคนไข้อนาถา​ ไปสู่การยืนยันว่า​ ประชาชนมีสิทธิได้รับการรักษาพยา​บาลเท่าเทียมกันอย่างมีศักดิ์ศรี

2.​งานวิจัยทั้งในและต่างประเทศ​ เช่น​ World Bank, WHO, BMJ  Global Health Journal ชี้ว่า ระบบ​ประกันสุขภาพ​ 30 บาทรักษาทุกโรค​ ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงบริการมากขึ้น ลดภาระค่าใช้จ่าย และลดความเสี่ยงการล้มละลายจากค่ารักษาพยาบาล โดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีรายได้น้อย

3.การที่มีผู้เสนอให้​ นำระบบประชาชนร่วมจ่ายกลับมาใช้ อาจกลายเป็นอุปสรรคต่อคนจน ผู้มีรายได้ไม่แน่นอน ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเรื้อรัง เพราะไม่มีเงินจ่าย​ นอกจากนี้​ ยังมีค่าใช้จ่ายแฝงอื่นๆ เช่น ค่าเดินทางและการสูญเสียรายได้

4.​หากการรักษาพยาบาลขึ้นอยู่กับความสามารถในการจ่ายเงิน ระบบจะถอยกลับไปสู่การสงเคราะห์ผู้ยากไร้ เป็นคนไข้อนาถา​ และจะเพิ่มความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการการแพทย์​ เหมือนสมัยก่อนๆ​ นานมาแล้ว

5.​แน่นอนว่า ระบบบัตรทอง ต้องได้รับการพัฒนาในด้าน​การเพิ่มงบประ​มาณตามภาระโรคและโครงสร้างประ​ชากรสูงวัย, ลดการตรวจและการรักษาซ้ำซ้อนด้วยระบบข้อมูลสุขภาพ, ส่งเสริมการป้องกันโรคและระบบปฐมภูมิ, จ่ายเงินให้โรงพยาบาลตามคุณภาพและผลลัพธ์, ควบคุมราคายาและเวชภัณฑ์,​ และลดความเหลื่อมล้ำระหว่าง 3 กองทุนสุขภาพ​ แต่คำตอบต้องไม่ใช่การผลักภาระให้ผู้ป่วยในวันที่เขากำลังเจ็บปวดที่สุด คือต้อง “ยกระดับระบบ” ไม่ใช่ “เพิ่มกำแพงให้คนป่วย”

6.ดังนั้นตนจึงไม่เห็นด้วยกับ​การให้ผู้ป่วยร่วมจ่าย​ จะกลายเป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงการรักษาได้ เพราะหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า​ ไม่ใช่ของขวัญ ไม่ใช่การสงเคราะห์ แต่คือ “สิทธิพื้นฐานของความเป็นมนุษย์” ที่เงินซื้อไม่ได้​