ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีตึกและอาคารมากมายกระจายอยู่ทั่วพื้นที่ บางแห่งอยู่ริมแม่น้ำ บางแห่งมีอายุมากกว่า 100 ปี โดยบางจุดยังเป็นย่านอนุรักษ์เมืองเก่าที่กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ผ่านไปเที่ยวชมกันเป็นประจำ ดังนั้นความปลอดภัยจึงไม่ใช่แค่สำหรับประชาชนที่อยู่อาศัยแต่ต้องรวมถึงนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่ด้วย

อีกทั้งเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำในอนาคต นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. ได้สั่งการไปยัง 50 สำนักงานเขต ปูพรมตรวจสอบอาคารเก่าในพื้นที่ ซึ่งมีทั้งอาคารที่ถูกก่อสร้างขึ้นตั้งแต่ก่อน พ.ร.บ.ควบคุมการก่อสร้างพ.ศ.2479 ,อาคารที่ถูกก่อสร้างในช่วง พ.ร.บ.ควบคุมการก่อสร้างพ.ศ.2479 -พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ 2522 และ อาคารที่ก่อสร้างตามพ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ 2522

โดย นายชัชชาติ ระบุถึงการตรวจสอบความปลอดภัยอาคารเก่าและอาคารปัจจุบัน รวมถึงแนวทางสร้างความปลอดภัยในพื้นที่อาคารเก่าเพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับประชาชนที่สัญจรรวมทั้งนักท่องเที่ยวว่า สั่งการให้สำนักงานเขตตรวจสอบเร่งด่วน และรายงานเข้ามาทุก 2 อาทิตย์ กทม.ได้มีการแบ่งอายุของอาคารอยู่แล้ว เนื่องจากมีการจัดเก็บภาษีของแต่ละอาคารอยู่ ทำให้สามารถรู้ได้ว่าแต่ละอาคารมีอายุเท่าไหร่ อาคารที่มีอายุ 91 ปีขึ้นไปคือ ก่อสร้างตั้งแต่ยังไม่มีกฎหมายควบคุมอาคาร ดังนั้น 400 กว่าอาคารจึงเป็นอาคารที่มีความเสี่ยงมาก จึงต้องเร่งตรวจตรงนี้ก่อน แต่การจะไปติดป้ายว่าตรงไหนอันตราย คงต้องดูความระมัดระวัง มิเช่นนั้นจะตื่นตระหนกกันไปหมด ส่วนอาคารที่มีอายุ 51 ปีขึ้นไปก็จะเป็นอีกส่วนหนึ่ง
“หัวใจคือต้องเร่งตรวจสอบ ขณะนี้หลายเขตได้ลงพื้นที่เและมีการออกคำสั่งบ้างแล้ว รวมถึงต้องสังเกตอาคารที่อยู่ตรงทางเดินสาธารณะซึ่งจะมีความเสี่ยงกว่าอาคารด้านอื่น “
นายชัชชาติ ยังกล่าวถึงความร่วมมือจากภาคประชาชนในการช่วยกันแจ้งอาคารเก่าหรือการพบเห็นอาคารที่ไม่ปลอดภัยว่า เราต้องให้ความรู้ประชาชน ต้องมีเช็กลิสต์ ให้ประชาชนดูว่า อาการไหนของตึกที่ต้องควรระวัง เช่น มีการวางคอมเพรสเซอร์แอร์บนกันสาดอยู่ใกล้ที่ก่อสร้างมีอาคารสั่นไหว มีน้ำขัง เห็นเหล็ก หรือคอนกรีตร่วงออก ฯลฯ ซึ่งอาจจะต้องมีเช็กลิสต์เพื่อให้ประชาชนช่วยดู เชื่อว่าพลังของทราฟฟี่ฟองดูยังมีมาก ก็จะใช้ในเชิงรุกมากขึ้น มีการสร้างเมนูรายงานเรื่องอาคารเก่า อาคารที่เสี่ยงอันตราย ประชาชนสามารถถ่ายรูปแล้วส่งเข้ามาได้ และเมื่อผู้เชี่ยวชาญเห็นจากรูปก็จะบอกได้ว่า ต้องรีบเข้าไปดูหรือไม่ รวมถึงให้ เจ้าหน้าที่กวาดถนนเพราะกวาดทุก 1 กม.ของกรุงเทพฯอยู่แล้ว ช่วยดูด้วย ถ่ายรูปและส่งรูปที่น่าสงสัยเข้ามาก่อน จะเห็นตึกได้ละเอียดมากขึ้น

ทั้งนี้ จากรายงานสรุปจำนวนอาคารตึกแถว แต่ละช่วงปีในกรุงเทพฯ พบห้องแถวเก่า ซึ่งมีทั้งหมดประมาณ 278,246 อาคาร แบ่งเป็น อายุเกิน 91 ปี จำนวน 435 อาคาร อายุ 51-90 ปี จำนวน 65,210 อาคาร อายุ 1-50 ปี จำนวน 212,601 อาคาร (ข้อมูล ณ วันที่ 9 ก.ค.69)
โดยระยะแรกให้ความสำคัญกับอาคารที่มีอายุมากกว่า 50 ปี รวมทั้งสิ้น 65,645 อาคาร โดยให้เจ้าของอาคารตรวจสอบสภาพอาคาร ประเมินความเสี่ยง และรายงานผลกลับภายใน 2 สัปดาห์ พร้อมจัดทำเช็กลิสต์สำหรับประชาชนและผู้ประกอบการใช้ตรวจสอบอาคารของตนเอง รวมทั้งติดตามความคืบหน้าทุกสัปดาห์ ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับอาคารที่อยู่ติดพื้นที่สาธารณะ เช่น ถนนและทางเท้า เนื่องจากหากเกิดเหตุจะส่งผลกระทบต่อประชาชนโดยตรง
ส่วนอาคารสูงและอาคารขนาดใหญ่ จำนวนประมาณ 16,400 อาคาร ซึ่งตามกฎหมายต้องตรวจสอบใหญ่ทุก 5 ปี และตรวจสอบประจำปี รวมถึงการซ้อมอพยพหนีภัย ให้เร่งติดตามว่ามีการปฏิบัติตามกฎหมายครบถ้วนหรือไม่
รวมทั้งการตรวจสอบพื้นที่ก่อสร้างบนถนนและพื้นที่สาธารณะของหน่วยงานภายนอก เช่น โครงการรถไฟฟ้า งานของการไฟฟ้านครหลวง และบ่อก่อสร้างต่าง ๆ ให้รวบรวมทุกจุดขึ้นแผนที่ กำหนดผู้รับผิดชอบ และตรวจสอบความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ถนนสาทร ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ และจุดที่มีการขุดบ่อของการไฟฟ้านครหลวง ซึ่งบางแห่งมีสภาพไม่น่าปลอดภัย ให้เร่งรัดแก้ไขโดยเร็ว

สำหรับข้อสังเกตของประชาชนที่สามารถ ช่วยกันตรวจสอบ เป็นหูเป็นตา ถ่ายภาพแล้วแจ้งเข้ามาเป็นข้อมูลเพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้เข้าดำเนินการตรวจสอบ ซึ่ง กทม.แจ้งขอความร่วมมือเจ้าของอาคารและประชาชนร่วมสังเกตความผิดปกติ หากพบเห็นอาคารเก่าที่มีสภาพชำรุดทรุดโทรม หรืออาคารที่มีอายุมากกว่า 50 ปี ที่มีความเสี่ยงเกิดเหตุ เช่น กันสาดมีความลาดเอียง คานที่ค้ำกันสาดไม่มั่นคง รอยร้าว การแตกร่อน การเอียงตัว การทรุดตัวของโครงสร้าง ฯลฯ
ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สิน รวมทั้งเหตุอัคคีภัย หรือก่อให้เกิดความเดือดร้อนและความเสียหายต่อประชาชนในอาคาร และที่สัญจรในบริเวณใกล้เคียง สามารถแจ้งได้ที่ สำนักงานควบคุมอาคาร สำนักการโยธา กทม. Line OA @bmaepermit โดยเลือกเมนูแจ้งเรื่องขอให้ตรวจสอบอาคาร และจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบโดยเร็ว เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ทั้งนี้ วิธีการถ่ายภาพและข้อมูลที่ต้องเตรียมเพื่อถ่ายภาพและจัดส่งข้อมูลให้กับหน่วยงานคือ 1. ถ่ายภาพมุมกว้างโดยถ่ายให้เห็นตัวอาคารและสภาพแวดล้อมโดยรอบเพื่อให้หาตำแหน่งได้ง่าย 2.ภาพเจาะจง โดยถ่ายบริเวณจุดเสี่ยง ด้วยการถ่ายซูมบริเวณรอยร้าวหรือจุดที่ชำรุดให้ชัดเจน และ 3 ข้อมูลพิกัด ควรจดชื่อถนนซอย แขวง เขต หรือจุดสังเกตใกล้เคียงให้ชัดเจน จากนั้นทำการส่งรูปผ่านระบบทราฟฟี่ฟองดู และ LINE official ของสำนักการโยธา.
ทีมข่าวชุมชนเมือง รายงาน



