นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) เปิดเผยว่า ขร. ได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณและโทรคมนาคม พร้อมทั้งตรวจความพร้อม และความปลอดภัยของระบบฯ โครงการรถไฟทางคู่ ช่วงลพบุรี–ปากน้ำโพ เพื่อติดตามความคืบหน้างานติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณ ตอกย้ำมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูงสุด ก่อนเปิดใช้งานระบบอย่างเต็มรูปแบบในเดือน ต.ค. 2569

นายพิเชฐ กล่าวต่อว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ได้เข้าตรวจเยี่ยม และทดสอบความพร้อมในจุดสำคัญ ได้แก่ สถานีนครสวรรค์ สถานีปากน้ำโพ และศูนย์ควบคุมการเดินรถจากศูนย์กลาง (Central Traffic Control : CTC) แห่งใหม่ ณ สถานีนครสวรรค์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการควบคุมการเดินรถด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการขบวนรถให้มีความแม่นยำ ปลอดภัย และลดระยะเวลาการเดินรถ

นายพิเชฐ กล่าวอีกว่า สำหรับระบบอาณัติสัญญาณและโทรคมนาคม ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในการควบคุมการเดินรถให้เป็นไปอย่างปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ โดยทำหน้าที่ควบคุมเส้นทางเดินรถ ตรวจสอบตำแหน่งขบวนรถ รวมถึงสนับสนุนการปฏิบัติงานของพนักงานควบคุมการเดินรถ เจ้าหน้าที่ประจำสถานี และพนักงานขับรถ ปัจจุบันระบบฯ ในเส้นทางดังกล่าวมีความคืบหน้ากว่า 95% คงเหลือเพียง 2 สถานีที่อยู่ระหว่างการทดสอบระบบ และยังพบปัญหาการลักลอบตัดสายอาณัติสัญญาณบริเวณสถานีลพบุรี 2

นายพิเชฐ กล่าวด้วยว่า ขร. ได้กำชับให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประสานงานร่วมกับผู้รับจ้างอย่างใกล้ชิด เพื่อเร่งรัดดำเนินงานในส่วนที่เหลือให้แล้วเสร็จโดยเร็วตามแผน ซึ่งเมื่อระบบเปิดใช้งานครบถ้วน จะช่วยลดระยะเวลาเดินทางของประชาชน และเพิ่มศักยภาพการขนส่งสินค้าทางรางไปยังภาคเหนือได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมกันนี้ให้เพิ่มมาตรการป้องกันการลักลอบตัดสายระบบอาณัติสัญญาณและโทรคมนาคม หากสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้ ให้ รฟท. ดำเนินคดีถึงที่สุด อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนมาใช้ระบบอาณัติสัญญาณรูปแบบใหม่ พร้อมศูนย์ควบคุมการเดินรถ จะช่วยลดความเสี่ยงจากข้อผิดพลาดของมนุษย์ (Human Error) และเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับปริมาณเที่ยวรถไฟในอนาคต.