ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ยังเผชิญความไม่แน่นอนจากทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ นโยบายการค้าระหว่างประเทศ และความผันผวนของราคาพลังงาน ขณะที่เศรษฐกิจไทยยังเผชิญแรงกดดันจากค่าครองชีพ หนี้ครัวเรือน และกำลังซื้อที่ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ส่งผลให้ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการบริหารสภาพคล่องมากกว่าที่ผ่านมา
“ธนา โพธิกำจร” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กสิกร ไลน์ จำกัด ผู้ให้บริการ LINE BK เผยถึงพฤติกรรมผู้บริโภคไม่ได้มองสินเชื่อเป็นเพียงแหล่งเงินทุนอีกต่อไป แต่เป็นเครื่องมือช่วยบริหารสภาพคล่องในช่วงเวลาที่รายได้ผันผวนหรือมีค่าใช้จ่ายไม่คาดคิด ความต้องการในวันนี้จึงไม่ใช่วงเงินที่สูงที่สุด แต่คือบริการที่เข้าถึงได้ง่าย ใช้งานสะดวก และสามารถบริหารการชำระคืนได้ด้วยตัวเองอย่างเหมาะสม
แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับหลัก Responsible Lending หรือการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบ ที่ LINE BK ยึดถือมาอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งส่งเสริมให้ลูกค้าใช้สินเชื่ออย่างเหมาะสม มีวินัยทางการเงิน และสามารถบริหารภาระหนี้ได้อย่างยั่งยืน เพื่อช่วยให้คนไทยสามารถรับมือกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจได้อย่างมั่นคงมากขึ้น
[ลูกค้าใช้งานโต 12%]
ในครึ่งปีแรกของปี 2569 มีลูกค้าใช้งาน LINE BK 8.8 ล้านราย เติบโตขึ้น 12% จากปีก่อนหน้า เป็นลูกค้าสินเชื่อ 9.3 แสนราย เพิ่มขึ้น 15% จากปีก่อนหน้า และมียอดสินเชื่อคงค้างกว่า 29,000 ล้านบาท
นอกจากนี้มีแผนขยายการเข้าถึงสินเชื่อในระบบแก่คนไทยมากยิ่งขึ้น LINE BK ยังเดินหน้าสื่อสารแบรนด์ผ่านแคมเปญใหม่ภายใต้คอนเซปต์ “ร้อนเงินดับไว ยืม LINE BK ดีกว่า” ไม่ว่าปัญหาการเงินแบบไหน ก็จบได้ด้วยสินเชื่อ LINE BK ตอกย้ำความสะดวกในการสมัครใช้งาน และสร้างการรับรู้ ช่วยให้คนไทยเข้าถึงสินเชื่อถูกกฎหมายได้ง่ายขึ้น
[ยกระดับเทคโนโลยี]
ในครึ่งปีหลัง LINE BK จะยังคงเดินหน้าพัฒนาบริการทางการเงินดิจิทัลที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งการยกระดับเทคโนโลยี การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เข้าใจความต้องการของลูกค้า และการขยายโอกาสการเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างรับผิดชอบ
“เราเชื่อว่าในวันที่ความไม่แน่นอนกลายเป็นเรื่องปกติของเศรษฐกิจ นวัตกรรมทางการเงินที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตจริง จะเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งสำหรับลูกค้าและสังคมไทย” ธนา กล่าว
[เพิ่มทางเลือกผู้บริโภค]
สำหรับภาพรวมอุตสาหกรรมการเงินดิจิทัลในปีนี้ LINE BK มองว่าการที่ผู้ให้บริการ Virtual Bank ที่ทยอยเปิดให้บริการในประเทศไทย ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนาระบบการเงินดิจิทัล และจะช่วยสร้างนวัตกรรม รวมถึงเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น



