การเสียชีวิต “ฮลุน โซโล่” หรือ “บวรทัต เป็งสุข” ยูทูบเบอร์และนักเดินทางสายแบกเป้ลุยเดี่ยว ซึ่งเดินทางไปทำคอนเทนต์ที่จอร์เจีย สร้างความตะลึง และโศกเศร้าให้กับสังคมไทยเป็นอย่างมาก

หลายคนถามว่า เหตุใดประเทศที่งดงาม และเปิดให้คนไทยเดินทางไปเยือนโดยไม่ต้องขอวีซ่าได้นานถึง 1 ปี จึงกลายเป็นพิกัดที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ซึ่งไม่ใช่ครั้งแรก

มองย้อนกลับไป จอร์เจีย ไม่ได้น่ากังวลสำหรับนักท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ใน “วงการฟุตบอล” ทั้งระดับท้องถิ่นเอง และระดับนานาชาติ ที่นี่ก็มีเคยมีคดี “สูญหาย” และ “สูญเสีย” มาแล้วหลายครั้ง

โศกนาฏกรรม “จอร์จี ชาคาราชวิลี”
คดีสูญหายที่สร้างความตกตะลึก และความเจ็บปวดให้แก่ชาวจอร์เจียมากที่สุด คือกรณีของ จอร์จี ชาคาราชวิลี กองหลังดาวรุ่งวัยเพียง 19 ปี จากสโมสรเอฟซี ซาบูร์ตาโล หนึ่งในทีมชั้นนำของจอร์เจีย

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ในคืนวันที่ 18 มิถุนายน 2020 ที่ ชาคาราชวิลี เดินทางไปร่วมงานปาร์ตี้วันเกิดของเพื่อนที่บ้านพักในเมืองมตสเคตา ซึ่งเป็นเมืองโบราณ อยู่ทางเหนือของเมืองหลวง ทบิลิซี

ในปาร์ตี้เกิดเหตุทะเลาะวิวาทระหว่างกลุ่มวัยรุ่นเจ้าถิ่นกับกลุ่มที่มาจากเมืองหลวง แม้ จอร์จี จะไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่เมื่อเหตุการณ์บานปลาย เขาและเพื่อนก็ตัดสินใจออกจากงานเลี้ยง และเดินเท้าบนถนนสายหลักเพื่อกลับบ้าน ในทบิลิซี

กลุ่มคู่อริที่มีเรื่องขับรถยนต์ออกไล่ล่ากันบนถนน บังเอิญมาพบกับกลุ่มของ จอร์จี ที่เดินอยู่บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำอารักวี

วัยรุ่นนับ 10 คนลงจากรถพร้อมอาวุธ เข้ารุมทำร้ายเพื่อนของ จอร์จี ขณะที่ จอร์จี วิ่งหนีเข้าไปในพงหญ้าข้างทาง

หลังจากนั้น ไม่มีใครพบเห็น จอร์จี อีกเลย ครอบครัวและสโมสรพยายามติดต่อเขาแต่ไร้สัญญาณตอบรับ

การค้นหาเริ่มต้นขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ นักประดาน้ำ ปูพรมช่วยกันหาตัวเขาอยู่นานถึง 4 วัน

จนกระทั่งในวันที่ 22 มิถุนายน 2020 ก็พบร่างไร้วิญญาณของ จอร์จี จมอยู่ในแม่น้ำอารักวี

ผลการชันสูตรสร้างความตะลึงให้คนทั้งประเทศ เพราะพบร่องรอยการถูกรุมทำร้ายอย่างหนักด้วยของแข็ง ทั้งที่บริเวณศีรษะ ทรวงอก และลำตัว

ก่อนที่ร่างของเขาจะถูกนำไปทิ้งลงแม่น้ำตอนที่ยังมีลมหายใจอ่อนๆ ด้วยซ้ำ จนเป็นเหตุให้จมน้ำเสียชีวิต

นี่กลายเป็นคดีประวัติศาสตร์ ศาลจอร์เจียสั่งลงโทษจำคุกผู้ต้องหา 5 ราย ในข้อหาฆาตกรรมโดยเจตนา เป็นเวลาตั้งแต่ 10 ถึง 16 ปี และจำคุกผู้เกี่ยวข้องอีกนับ 10 คน

จอร์จี ชาคาราชวิลี

การสูญหายของนักเตะต่างชาติ
จอร์เจีย ถือเป็นหมุดหมายยอดนิยมของ “เอเย่นต์เถื่อน” ที่ใช้ประเทศนี้เป็นช่องทางล่อลวงนักฟุตบอลเยาวชนจากทวีปแอฟริกาและอเมริกาใต้ โดยพวกเขามักจะอ้างว่า จอร์เจีย คือ “ประตูสู่ยุโรป”

นำไปสู่เคสนักเตะสูญหายจำนวนมาก ที่โด่งดังที่สุดคือ 2 กรณีต่อไปนี้

ทูลานี เซเล กองหน้าวัย 22 ปี ชาวแอฟริกาใต้ เดินทางมาจอร์เจียตามคำชวนของนายหน้า เมื่อปี 2022 เพื่อไปทดสอบฝีเท้ากับสโมสรเอฟซี กากรา

แต่เมื่อเดินทางมาถึง เขากลับถูกลอยแพ ถูกทิ้งไว้ที่โรงแรม ซึ่งไม่ได้ชำระเงิน ไม่มีอาหารกิน และขาดการติดต่อกับครอบครัวนานหลายสัปดาห์

จนเขาถูกประกาศเป็นบุคคลสูญหาย ก่อนที่ต่อมา เซเล จะถูกตำรวจจับกุมในคดีลักทรัพย์ เนื่องจากหมดเนื้อหมดตัว

อีกรายคือ โมอีส นักเตะดาวรุ่งชาวแคเมอรูน

เขาถูกเอเย่นต์กำมะลอ เชิดเงินค่าธรรมเนียม และยึดเอกสาร ก่อนหนีหายไปในกรุงทบิลิซี ปล่อยให้เขากลายเป็นคนเข้าเมืองผิดกฎหมาย ไร้ที่พึ่ง และขาดการติดต่อกับครอบครัว

แต่รายนี้ยังโชคดีหน่อย ที่ได้รับความช่วยเหลือจากองค์กรระหว่างประเทศเพื่อการย้ายถิ่นฐาน (IOM) และถูกส่งตัวกลับบ้านเกิดได้

ทูลานี เซเล

ทำไมจึงมีคนหายในจอร์เจีย?
นี่เป็นเพียงบางเคสที่ยกมา แน่นอนว่า ส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นเช่นนั้น และมันก็เกิดขึ้นเพราะคนชั่วบางคน ซึ่งเราจะเหมารวมทั้งประเทศไม่ได้

แต่ก็น่าสนใจอยู่ดีว่า ทำไม ที่นี่จึงเกิดเหตุบ่อยครั้ง?

เหตุผลหนึ่งอาจเป็นเพราะภูมิประเทศที่โดดเดี่ยวและอันตราย เพราะ จอร์เจีย มีเทือกเขาสูง หน้าผา และแม่น้ำที่เชี่ยวกราก

การเดินทางออกนอกเมือง ถ้าหากประสบอุบัติเหตุหรือตกจากที่สูง อาจไม่มีสัญญาณโทรศัพท์และยากต่อการช่วยเหลือ

ขณะที่ ช่องโหว่ทางกฎหมายและขบวนการค้ามนุษย์ ก็เป็นอีกเหตุผลสำคัญ

เพราะการเข้าเมืองทำได้ง่ายโดยไม่ต้องขอวีซ่า สำหรับหลายประเทศ รวมถึงไทย ทำให้กลุ่มนักต้มตุ๋นและเอเย่นต์เถื่อนใช้เป็นฐานปฏิบัติการหลอกลวงนักเตะและคนทำงานได้ง่าย

อีกอย่างที่ลืมไม่ได้ก็คือ “กำแพงภาษา” เพราะคนต่างชาติส่วนใหญ่ไม่สามารถสื่อสารภาษาจอร์เจียหรือรัสเซียได้

เมื่อโดนทำร้าย จึงไม่สามารถขอความช่วยเหลือจากตำรวจหรือชาวบ้านได้ทัน

บทสรุป
การเสียชีวิตของ “ฮลุน โซโล่” และโศกนาฏกรรมของนักเตะอย่าง “จอร์จี ชาคาราชวิลี” แม้จะมีบริบทที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

แต่สิ่งที่ทั้ง 2 เหตุการณ์ สะท้อนตรงกันก็คือ ความเสี่ยงที่ไม่คาดคิดในต่างประเทศ

จอร์เจีย เป็นดินแดนที่สวยงาม คนส่วนใหญ่ก็มีมิตรไมตรีที่ดี แต่สถิติการสูญหายที่เกิดขึ้น คือเครื่องเตือนสติชั้นดีสำหรับคนไทยว่า การเดินทางลุยเดี่ยวไปเที่ยวหรือทำงานในต่างแดน ต้องมีการเตรียมพร้อมด้านความปลอดภัยอย่างสูงสุด

เราจะประมาทไม่ได้เลยกับทุกเรื่อง ต้องมีช่องทางติดต่อฉุกเฉิน และประสานกับครอบครัวตลอดเวลา เพราะถ้าเกิดความสูญเสียขึ้นมา มันไม่ใช่แค่บทเรียน แต่คือชีวิตที่ไม่สามารถย้อนกลับคืนมาได้อีก.