ภายหลังจากที่ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ได้มีการเปิดรับสมัครบุคคลเพื่อรับการคัดเลือกเข้าดํารงตําแหน่ง ผู้ว่าการการ กกท. คนใหม่ (คนที่ 14) ระหว่างวันที่ 15-29 ก.ค.69
ซึ่งหลังปิดการรับสมัครวันสุดท้าย คือ วันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา ปรากฏว่า มีผู้ยื่นใบสมัครชิงเก้าอี้ “ผู้ว่าการหัวหมาก” รวมทั้งหมด 10 คน นั้น
ล่าสุด เมื่อวันที่ 30 ก.ค.ที่ผ่านมา สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการกีฬาแห่งประเทศไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจอย่างเป็นทางการ โดยมีข้อความดังนี้….
จากประวัติศาสตร์กีฬาชาติไทย ปฏิเสธไม่ได้ว่า หนึ่งในตำแหน่งที่มีอิทธิพลสูงที่สุดต่อชะตากรรมของวงการกีฬาไทย คือตำแหน่ง “ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย” เพราะตำแหน่งนายใหญ่แห่งบ้านหัวหมากนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่เก้าอี้ผู้บริหารของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่ง แต่เป็นตำแหน่งที่สามารถ “ควบคุม” ทิศทางความเป็นไปของกีฬาไทยได้ทั้งระบบ
รวมถึงเป็นหัวเรือสำคัญในการ “ขับเคลื่อน” ส่งเสริมนักกีฬาไทย ที่จะสวมเสื้อแข่งขันที่มีธงไตรรงค์ และตัวอักษรว่า THAILAND ไปสู่เวทีระดับโลก

ในเวลานี้ คำถามสำคัญที่อยู่ในใจของคน กกท. ทุกคน คงหนีไม่พ้นคำถามที่ว่า….”แล้วเราจะได้คนแบบไหนมาเป็นผู้นำองค์กรของเรา”
เพราะผู้ที่จะมานั่งในตำแหน่งนี้ นอกจากจะได้ถือ “อำนาจ” ในการบริหารจัดการงบประมาณแผ่นดินที่จะใช้สนับสนุนกีฬาของชาติเป็นเงินหลายพันล้านบาทต่อปี ยังมี “หน้าที่” ที่จะต้องขับเคลื่อนองค์กรหลักด้านการกีฬาของชาติ ที่มีบุคลากรกว่าพันชีวิตทำงานอยู่เบื้องหลัง
สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการกีฬาแห่งประเทศไทย ขอใช้พื้นที่แห่งนี้ เป็นกระบอกเสียงส่งตรงถึงท่านผู้มีอำนาจตัดสินใจ ได้โปรดคัดสรรผู้นำที่ “มีฝีมือในการบริหาร แตกฉานในศาสตร์การกีฬา”
และที่สำคัญคือ โปรดเฟ้นหาผู้มีวิสัยทัศน์ ที่มองเห็นว่า “กีฬา” คือเครื่องมือสร้างชาติ และ “คนกีฬา” คือหัวใจของความสำเร็จ เข้ามาดำรงตำแหน่งผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทยคนต่อไป
แล้วคุณล่ะ…..อยากเห็นคนแบบไหนเข้ามาจารึกประวัติศาสตร์กีฬาไทยหน้าต่อไปในฐานะ “ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย คนที่ 14”



